การฉีดยาวินิจฉัยเส้นประสาท (Medial Branch Block, MBB) คือการตรวจที่ใช้ยาชาเฉพาะที่ปริมาณน้อยไปที่เส้นประสาทซึ่งนำความปวดจากข้อต่อฟาเซ็ต ถ้าอาการปวดประจำของคุณลดลงในช่วงที่ยาชายังออกฤทธิ์ การจี้เส้นประสาทด้วยคลื่นวิทยุมีแนวโน้มช่วยได้มากกว่า ที่ YOUNIFY Clinic คลินิกแพทย์บูรณาการและเวลเนส (Healthy Aging & Wellness Center) ย่านสีลม กรุงเทพฯ เราตรวจให้ชัดก่อนรักษา
ร่างบทความ รอแพทย์ตรวจทานและอนุมัติ ยังไม่เผยแพร่
สารบัญ
สรุปสำคัญ
- การฉีดยาวินิจฉัยเส้นประสาท (MBB) เป็นการตรวจระยะสั้นภายใต้เอกซเรย์นำทาง ไม่ใช่การรักษา
- ถ้าปวดลดลงชัดเจนในช่วงที่ยาชาออกฤทธิ์ แสดงว่าข้อต่อฟาเซ็ตน่าจะเป็นต้นตอ การจี้เส้นประสาทด้วยคลื่นวิทยุ (RFA) จึงมีแนวโน้มช่วยได้มากกว่า
- แนวทางเวชปฏิบัติมักใช้การฉีดยาวินิจฉัย 1 หรือ 2 ครั้งก่อน RFA หลักฐานของหัตถการกลุ่มนี้ยังมีข้อถกเถียง และการตรวจก่อนช่วยหลีกเลี่ยงการรักษาเส้นประสาทที่ไม่ได้นำความปวดของคุณ
ฉีดยาวินิจฉัยเส้นประสาท (MBB) คืออะไร
การฉีดยาวินิจฉัยเส้นประสาทคือการทำให้เส้นประสาทมีเดียลแบรนช์ (medial branch) ซึ่งนำสัญญาณปวดจากข้อต่อฟาเซ็ต (facet joint) ชาไปชั่วคราว ข้อต่อฟาเซ็ตคือข้อต่อเล็ก ๆ ที่อยู่เป็นคู่ด้านหลังกระดูกสันหลัง
เมื่อข้อต่อฟาเซ็ตระคายเคืองหรือเสื่อม อาจทำให้ปวดตื้อ ๆ ลึก ๆ ที่คอหรือหลังส่วนล่าง ข้อต่อแต่ละข้อมีเส้นประสาทมีเดียลแบรนช์มาเลี้ยง 2 เส้น และเส้นประสาทนี้ไม่ได้ควบคุมแรงหรือความรู้สึกของแขนขา แพทย์เวชศาสตร์ความปวดของเราจะสอดเข็มขนาดเล็กโดยใช้เอกซเรย์นำทาง (fluoroscopy) แล้วฉีดยาชาเฉพาะที่ไว้ข้างเส้นประสาทเหล่านี้ ฤทธิ์ยาอยู่ได้หลายชั่วโมง จากนั้นอาการปวดประจำจะกลับมา
ทำไมต้องฉีดยาวินิจฉัยก่อนจี้เส้นประสาทด้วยคลื่นวิทยุ
เพราะการฉีดยาวินิจฉัยบอกได้ว่าข้อต่อฟาเซ็ตน่าจะเป็นต้นตอของอาการหรือไม่ ก่อนจะใช้ความร้อนกับเส้นประสาทเส้นใดเลย
อาการปวดอาจมาจากหมอนรองกระดูก รากประสาท ข้อต่อกระเบนเหน็บ (sacroiliac joint) หรือกล้ามเนื้อได้เช่นกัน และภาพเอกซเรย์หรือ MRI ก็มักพบข้อต่อฟาเซ็ตเสื่อมในคนที่ไม่มีอาการปวดเลย ถ้าอาการปวดประจำลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงที่ยาชาออกฤทธิ์ การจี้เส้นประสาทด้วยคลื่นวิทยุที่เส้นประสาทชุดเดียวกันจะมีโอกาสช่วยได้มากกว่า เนื่องจากการฉีดเพียงครั้งเดียวอาจให้ผลคลาดเคลื่อนได้ แนวทางเรื่องข้อต่อฟาเซ็ตของสมาคมแพทย์หัตถการระงับปวดแห่งสหรัฐอเมริกา (American Society of Interventional Pain Physicians, ASIPP) และแนวทางอื่น ๆ จึงมักใช้การฉีดยาวินิจฉัย 1 หรือ 2 ครั้งก่อน RFA การข้ามขั้นตอนนี้ทำให้โอกาสที่ RFA จะช่วยได้ลดลง เพราะความร้อนอาจไปลงที่เส้นประสาทที่ไม่ได้นำความปวดของคุณ
ฉีดยาวินิจฉัยเส้นประสาทกับ RFA ต่างกันอย่างไร
การฉีดยาวินิจฉัยใช้ตรวจข้อต่อ ส่วน RFA ใช้รักษา
| ฉีดยาวินิจฉัยเส้นประสาท (MBB) | จี้เส้นประสาทด้วยคลื่นวิทยุ (RFA) | |
|---|---|---|
| จุดประสงค์ | ตรวจว่าข้อต่อฟาเซ็ตเป็นต้นตอของความปวดหรือไม่ | มุ่งลดสัญญาณปวดจากข้อต่อที่ตรวจยืนยันแล้ว |
| สิ่งที่ใช้ | เข็มขนาดเล็ก เอกซเรย์นำทาง ยาชาเฉพาะที่ | เข็มนำคลื่นขนาดเล็ก เอกซเรย์นำทาง ความร้อนจากคลื่นวิทยุ |
| ผลอยู่ได้นานแค่ไหน | หลายชั่วโมง | หลายเดือนในบางราย เส้นประสาทงอกกลับได้ |
| วันทำหัตถการ | ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล ผู้รับบริการส่วนใหญ่กลับบ้านได้ในวันเดียว | ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล เช่นเดียวกับการฉีดยาวินิจฉัย |
| ราคาเริ่มต้น | เริ่มต้น 22,000 บาท | เริ่มต้น ยืนยันในใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษรหลังแพทย์ประเมิน |
ราคาขึ้นกับจำนวนระดับและจำนวนข้างที่ทำ อ่านต่อเรื่องผลของ RFA อยู่ได้นานแค่ไหน และค่าใช้จ่าย RFA และการฉีดยาเข้าช่องเหนือไขสันหลัง
หลักฐานทางการแพทย์หนักแน่นแค่ไหน
หลักฐานยังมีข้อถกเถียง และคุณควรรู้เรื่องนี้ก่อนตัดสินใจ
แนวทางเวชปฏิบัติที่ตีพิมพ์ในวารสาร The BMJ ปี 2025 มีคำแนะนำระดับหนักแน่น (strong recommendation) ว่าไม่ควรใช้การจี้เส้นประสาทด้วยคลื่นวิทยุสำหรับอาการปวดกระดูกสันหลังเรื้อรังที่ไม่ใช่มะเร็ง ขณะที่แนวทางอื่น เช่น ASIPP และ NICE มองว่าอาจใช้ได้ในผู้ป่วยที่คัดเลือกเฉพาะราย การตรวจก่อนไม่ได้ทำให้ข้อถกเถียงนี้ยุติลง แต่ช่วยหลีกเลี่ยงการรักษาเส้นประสาทที่ไม่ได้นำความปวดของคุณ และไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร การออกกำลังกายยังเป็นแกนหลักของแผนการดูแล
วันฉีดยาวินิจฉัยเป็นอย่างไร
เป็นการมาทำแบบไม่ต้องนอนโรงพยาบาลภายใต้ยาชาเฉพาะที่ ผู้รับบริการส่วนใหญ่กลับบ้านได้ในวันเดียว พร้อมแบบบันทึกความปวด
1. ก่อนวันทำ เราตรวจรายการยาที่คุณใช้ โดยเฉพาะยาต้านการแข็งตัวของเลือด และปรับร่วมกับแพทย์ผู้สั่งยา
2. คุณให้คะแนนความปวดประจำจาก 0 ถึง 10 เพื่อให้มีจุดตั้งต้นที่ชัดเจน
3. แพทย์สอดเข็มขนาดเล็กโดยใช้เอกซเรย์นำทาง ใช้ยาคลายกังวลน้อยหรือไม่ใช้เลย เพื่อให้ผลที่ได้สะท้อนความปวดของคุณเอง
4. คุณให้คะแนนความปวดซ้ำตามเวลาที่กำหนด มักเป็นทุกชั่วโมง หลังลองขยับท่าที่ปกติทำให้ปวด และจดว่าอาการเริ่มดีขึ้นและกลับมาปวดเมื่อไร
5. ควรมีผู้ติดตามพากลับบ้าน และเราจะทบทวนบันทึกร่วมกับคุณก่อนตัดสินใจเรื่อง RFA
เมื่อไรควรพบแพทย์ทันที
ไปห้องฉุกเฉินหากปวดคอหรือปวดหลังร่วมกับอาการต่อไปนี้
- แขนหรือขาอ่อนแรงขึ้นใหม่
- ควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้
- ชาบริเวณก้นและฝีเย็บ (saddle area)
- มีไข้
- ปวดหลังจากหกล้มหรืออุบัติเหตุรุนแรง
- น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
- ทรงตัวลำบากหรือใช้มือทำงานละเอียดได้แย่ลงอย่างที่ไม่เคยเป็น
กรณีที่เราอาจแนะนำให้ยังไม่ทำหัตถการ
เราอาจแนะนำไม่ให้ทำการฉีดยาวินิจฉัยหรือ RFA หรือให้รอไปก่อน เมื่อ
- ยังจัดการยาต้านการแข็งตัวของเลือดได้ไม่ปลอดภัย
- มีการติดเชื้อที่ยังไม่หาย
- ตั้งครรภ์ เพราะต้องใช้เอกซเรย์นำทาง
- ยังไม่ยืนยันต้นตอของความปวด หรืออาการชี้ไปที่สาเหตุอื่น
- เบาหวานยังควบคุมได้ไม่ดี และกำลังพิจารณาฉีดยาสเตียรอยด์
- คาดหวังให้หัตถการใดหัตถการหนึ่งเพียงอย่างเดียวแก้ปัญหาได้ในระยะยาว
มุมมองแพทย์
[รอ approve] ในคลินิกของเรา เรามองการฉีดยาวินิจฉัยเป็น "คำถาม" ที่ต้องได้คำตอบชัด เพราะหลักฐานของการจี้เส้นประสาทด้วยคลื่นวิทยุในอาการปวดกระดูกสันหลังเรื้อรังยังมีข้อถกเถียง การฉีดยาวินิจฉัยจึงเป็นด่านที่กันไม่ให้คุณได้รับหัตถการที่ไม่จำเป็น ก่อนนัด เราตรวจว่าอาการเข้ากับข้อต่อฟาเซ็ตหรือไม่ คือปวดที่คอหรือหลังเป็นหลัก และปวดมากขึ้นเมื่อแอ่นหรือบิดตัว แล้วเลือกระดับที่ตรงกับอาการที่สุด เราตกลงกันล่วงหน้าว่าความปวดต้องลดลงแค่ไหนจึงนับว่ามีความหมาย ถ้าได้น้อยกว่านั้นหรือผลไม่ชัด เราจะไม่จี้เส้นประสาทที่ระดับนั้นทันที แต่คุยเรื่องทางเลือกถัดไป และการออกกำลังกายยังดำเนินต่อไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร
ตัวอย่างสมมติ
ตัวอย่างสมมติ ไม่ใช่ผู้ป่วยจริง: พนักงานออฟฟิศคนหนึ่งปวดหลังส่วนล่าง ปวดมากขึ้นเวลายืนและแอ่นหลัง แม้ทำกายภาพบำบัดแล้ว ผล MRI พบข้อต่อฟาเซ็ตเสื่อม หลังฉีดยาวินิจฉัย 2 ระดับ บันทึกความปวดแสดงว่าอาการลดลงชัดเจนในช่วงบ่าย และปวดแบบเดิมกลับมาในช่วงเย็น จากนั้นแพทย์อธิบายหลักฐานทางการแพทย์และขั้นตอนถัดไป
ขั้นตอนถัดไป
1. ส่งผล MRI หรือเอกซเรย์ พร้อมประวัติอาการสั้น ๆ
2. แพทย์เวชศาสตร์ความปวดของเราทบทวนข้อมูล
3. คุณได้รับแผนการรักษาและใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษร
4. หากเหมาะสม นัดทำหัตถการที่คลินิกย่านสีลม ใกล้ BTS ศาลาแดง
5. เราทบทวนบันทึกความปวดร่วมกับคุณ และตกลงขั้นตอนถัดไป
ส่งผลภาพถ่ายทางรังสีและประวัติอาการสั้น ๆ ให้แพทย์ประเมินได้ทาง LINE (https://lin.ee/5MIGher) ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่หน้าฉีดยาวินิจฉัยเส้นประสาท และบริการดูแลอาการปวดเรื้อรัง
คำถามที่พบบ่อย
ฉีดยาวินิจฉัยเส้นประสาทเจ็บไหม
ผู้รับบริการส่วนใหญ่รู้สึกแสบเล็กน้อยตอนฉีดยาชาที่ผิวหนัง และรู้สึกตึง ๆ ขณะแพทย์วางตำแหน่งเข็ม เข็มมีขนาดเล็กและใช้เอกซเรย์นำทาง ผู้รับบริการส่วนใหญ่กลับบ้านได้ในวันเดียว อาจเจ็บบริเวณที่ฉีดเล็กน้อยอยู่ช่วงสั้น ๆ
ทำไมฉีดแล้วกลับมาปวดอีก
เป็นเรื่องที่คาดไว้แล้ว ยาชาเฉพาะที่จะหมดฤทธิ์หลังผ่านไปหลายชั่วโมง แล้วอาการปวดประจำจะกลับมา สิ่งที่สำคัญคือความปวดลดลงชัดเจนหรือไม่ในช่วงที่ยายังออกฤทธิ์ การที่ปวดลดลงชัดเจนแล้วกลับมาปวดเหมือนเดิม คือรูปแบบของผลตรวจที่เป็นบวก
ถ้าฉีดยาวินิจฉัยแล้วไม่ดีขึ้น
ยังถือเป็นผลที่มีประโยชน์ เพราะบอกว่าข้อต่อฟาเซ็ตไม่น่าจะเป็นต้นตอหลัก การจี้เส้นประสาทชุดนั้นจึงไม่น่าจะช่วย แพทย์จะพิจารณาต้นตออื่นต่อ เช่น หมอนรองกระดูก รากประสาท หรือข้อต่อกระเบนเหน็บ
ทำ RFA วันเดียวกับที่ฉีดยาวินิจฉัยได้ไหม
ที่คลินิกของเรา RFA จะนัดเป็นอีกครั้งแยกกัน ต้องอ่านบันทึกความปวดก่อน และบางรายอาจแนะนำให้ฉีดยาวินิจฉัยครั้งที่สอง การแยกสองขั้นตอนทำให้คุณได้เห็นผล ถามเรื่องหลักฐาน และได้รับใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนตัดสินใจรักษา
ฉีดยาวินิจฉัยเส้นประสาทราคาเท่าไร ใช้ประกันได้ไหม
การฉีดยาวินิจฉัยเส้นประสาทที่ YOUNIFY Clinic เริ่มต้น 22,000 บาท และ RFA เริ่มต้น ยืนยันในใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษรหลังแพทย์ประเมิน ราคาจริงยืนยันในใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษร เราจัดเตรียมรายงานทางการแพทย์และใบเสร็จแจกแจงรายการให้คุณนำไปเบิกกับประกันเอง ความคุ้มครองขึ้นกับกรมธรรม์ของคุณ
ฉีดยาเข้าข้อต่อฟาเซ็ตเหมือนกับฉีดยาวินิจฉัยเส้นประสาทหรือ RFA ไหม
ไม่เหมือนกัน การฉีดยาเข้าข้อต่อฟาเซ็ตคือการฉีดยาเข้าไปในข้อต่อโดยตรง บางครั้งมียาสเตียรอยด์ร่วมด้วย ส่วนการฉีดยาวินิจฉัยเส้นประสาทใช้ตรวจเส้นประสาทที่อยู่นอกข้อต่อ และ RFA ใช้ความร้อนรักษาเส้นประสาทชุดนั้น ราคาการฉีดยาเข้าข้อต่อฟาเซ็ตแจ้งหลังแพทย์ประเมิน
แหล่งอ้างอิง
- Manchikanti L, et al. Comprehensive Evidence-Based Guidelines for Facet Joint Interventions in the Management of Chronic Spinal Pain (ASIPP Guidelines). American Society of Interventional Pain Physicians (ASIPP), 2020.
- Busse JW, et al. Commonly used interventional procedures for non-cancer chronic spine pain: a clinical practice guideline. The BMJ, 2025.
- Low back pain and sciatica in over 16s: assessment and management (NG59). National Institute for Health and Care Excellence (NICE), 2016, updated 2020.
- Interventional Spine and Pain Procedures in Patients on Antiplatelet and Anticoagulant Medications (Second Edition). ASRA Pain Medicine, Regional Anesthesia and Pain Medicine, 2018. · DOI 10.1097/AAP.0000000000000700
หมายเหตุทางการแพทย์
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่แทนการตรวจ วินิจฉัย หรือรักษาโดยแพทย์ หากมีอาการรุนแรง อาการเปลี่ยนเร็ว หรือมีภาวะฉุกเฉิน ควรพบแพทย์ทันที
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ
อยากรู้ว่าแผนดูแลแบบไหนเหมาะกับคุณ?
ส่งรายละเอียดอาการ ประวัติสุขภาพ ยาหรือหัตถการที่เคยทำ และเป้าหมายที่ต้องการ ทีมงานจะช่วยนัดหมายเพื่อประเมินกับแพทย์
ปรึกษาอาการกับ YOUNIFY Clinic