
อาการ
การดูแลน้ำหนักเกินและโรคอ้วน — ทางเลือกที่มีและวิธีเลือก
การดูแลน้ำหนักเกินและโรคอ้วนเริ่มจากปรับพฤติกรรมและโภชนาการภายใต้ทีมแพทย์ ซึ่งเป็นพื้นฐานของทุกแนวทาง ถัดไปคือยากลุ่ม GLP-1 บอลลูนในกระเพาะ และ ESG เย็บกระเพาะผ่านกล้อง โดยแนวปฏิบัติ ASGE–ESGE ปี 2024 ใช้เกณฑ์หัตถการผ่านกล้องในผู้ใหญ่ที่มี BMI ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป หรือ 27.0–29.9 ที่มีภาวะร่วมอย่างน้อย 1 อย่าง
สรุปสำคัญ
ตรวจทานโดย ทีมแพทย์ YOUNIFY Clinic · อายุรศาสตร์และเวชศาสตร์เฉพาะทาง · อัปเดต 14 สิงหาคม 2569 · 7 นาที
- คนที่มาปรึกษาเรื่องน้ำหนักส่วนใหญ่ไม่ได้มาเพราะตัวเลขบนตาชั่ง แต่มาเพราะบางอย่างในชีวิตเริ่มเปลี่ยนไป หน้านี้ทำหน้าที่เป็นแผนที่ บอกว่ามีทางเลือกอะไรบ้าง แต่ละทางทำงานอย่างไร เหมาะกับใคร และมีข้อจำกัดอะไร ไม่ได้เขียนเพื่อชี้ว่าทางไหนเหนือกว่า เพราะคำตอบนั้นต่างกันไปในแต่ละคน
01
อาการและสัญญาณที่ทำให้คนมาหาเรา
- เหนื่อยง่ายกว่าเมื่อก่อน เดินขึ้นบันไดชั้นเดียวแล้วหอบ หรือเล่นกับลูกได้ไม่นานเท่าเดิม
- ปวดเข่าหรือปวดหลังที่สัมพันธ์กับน้ำหนัก ข้อที่ต้องรับน้ำหนักมักส่งสัญญาณก่อน
- นอนกรน หรือมีคนทักว่าหยุดหายใจเป็นช่วง ๆ ตอนหลับ ตื่นมาไม่สดชื่น ง่วงระหว่างวัน
- ผลเลือดเริ่มผิดปกติ ทั้งน้ำตาลในเลือดหรือค่าน้ำตาลสะสมเริ่มสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ ค่าตับผิดปกติจากไขมันพอกตับ หรือความดันที่เริ่มต้องกินยา
- ลดเองแล้วกลับมาทุกครั้ง เรื่องที่คนเล่าบ่อยที่สุด และมักมาพร้อมความรู้สึกว่าเป็นความผิดของตัวเอง ทั้งที่การกลับมาของน้ำหนักเป็นการตอบสนองทางสรีรวิทยาที่พบได้ทั่วไป
สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่การวินิจฉัย แต่เป็นสัญญาณว่าควรได้รับการประเมินอย่างเป็นระบบสักครั้ง

02
เมื่อไหร่ที่ควรมาคุยกับทีมแพทย์
แนวปฏิบัติร่วมของสมาคมส่องกล้องทางเดินอาหารสหรัฐฯ และยุโรป (ASGE–ESGE) ปี 2024 ซึ่งประเมินหลักฐานด้วยระบบ GRADE แนะนำให้พิจารณาหัตถการลดน้ำหนักผ่านการส่องกล้องในผู้ใหญ่ที่มี BMI ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป หรือ BMI 27.0–29.9 ร่วมกับภาวะร่วมจากโรคอ้วนอย่างน้อย 1 อย่าง และย้ำว่าต้องทำ *ร่วมกับ* การปรับพฤติกรรมเสมอ [1]
BMI คำนวณจากน้ำหนัก (กก.) หารด้วยส่วนสูง (ม.) ยกกำลังสอง เช่น คน 85 กก. สูง 165 ซม. ได้ราว 31.2 ส่วน "ภาวะร่วมจากโรคอ้วน" หมายถึงภาวะที่สัมพันธ์กับน้ำหนัก เช่น เบาหวานหรือน้ำตาลในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ และไขมันพอกตับ ซึ่งยืนยันได้จากผลตรวจเลือด
ถ้า BMI ยังไม่ถึงเกณฑ์ ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องทำอะไร เพราะโปรแกรมดูแลน้ำหนักและเมตาบอลิกภายใต้ทีมแพทย์ยังเป็นจุดเริ่มที่เหมาะสม
03
ทางเลือกการดูแลทั้งหมด
| ทางเลือก | หลักการทำงาน | เหมาะกับใคร | ข้อจำกัดที่ต้องรู้ |
|---|---|---|---|
| ปรับพฤติกรรมและโภชนาการภายใต้ทีมแพทย์ | ปรับรูปแบบการกิน กิจกรรมทางกาย การนอน และปัจจัยที่กระตุ้นการกิน พร้อมติดตามค่าทางเมตาบอลิก | ทุกคน เป็นพื้นฐานของทุกแนวทาง และเป็นจุดเริ่มสำหรับผู้ที่ยังไม่เคยทำอย่างเป็นระบบ | ต้องใช้เวลาและความต่อเนื่อง · บางรายผลไม่พอเมื่อเทียบกับเป้าหมายทางสุขภาพ · แนวปฏิบัติกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของทุกแนวทาง ไม่ใช่ตัวเลือกที่ตัดออกได้ [1] |
| ยากลุ่ม GLP-1 receptor agonist (เซมากลูไทด์ · เทอร์เซพาไทด์) | ยาฉีดที่ออกฤทธิ์ต่อสัญญาณความอิ่มและความอยากอาหาร ปรับขนาดขึ้นทีละขั้น | ผู้ที่ยังไม่พร้อมทำหัตถการ หรือมีภาวะร่วมทางเมตาบอลิกที่ควรเริ่มเร็ว | ต้องใช้ต่อเนื่อง · มีอาการข้างเคียงทางเดินอาหารได้ โดยเฉพาะช่วงปรับขนาดยา · ประเด็นหลักคือความต่อเนื่อง (ดูตัวเลขหัวข้อถัดไป) · ค่าใช้จ่ายเกิดต่อเนื่องรายเดือน |
| บอลลูนในกระเพาะ (เริ่มต้น 159,000 บาท) | ใส่อุปกรณ์ผ่านการส่องกล้องเพื่อกินพื้นที่ในกระเพาะ ทำให้อิ่มเร็วขึ้น ต้องนำออกตามกำหนด | ผู้ที่ต้องการวิธีชั่วคราวและย้อนกลับได้ | ต้องถอดตามกำหนด · บางรายทนอุปกรณ์ไม่ได้และต้องถอดก่อนเวลา · ต้องส่องกล้องทั้งตอนใส่และตอนถอด |
| ESG เย็บกระเพาะผ่านกล้อง (เริ่มต้น 490,000 บาท) | ส่องกล้องผ่านทางปาก เย็บพับผนังกระเพาะจากด้านใน ลดปริมาตรกระเพาะ ไม่ตัดกระเพาะ ไม่มีแผลผ่าตัดภายนอก | ผู้ที่เข้าเกณฑ์ BMI ข้างต้น ผ่านการส่องกล้องประเมินแล้ว และพร้อมปรับพฤติกรรมร่วมกับติดตามผลตลอดปีแรก | ต้องส่องกล้องก่อนเสมอ และมีข้อห้ามหลายข้อที่ตรวจพบได้จากการส่องกล้องเท่านั้น · ไม่ได้แก้ความอยากอาหารหรือการกินเพื่อคลายเครียด · ผลขึ้นกับการติดตามต่อเนื่อง |
| การผ่าตัดกระเพาะ (bariatric surgery) | เปลี่ยนกายวิภาคของกระเพาะและ/หรือทางเดินอาหารอย่างถาวร | ผู้ที่มีน้ำหนักตั้งต้นสูงกว่าช่วงที่หัตถการผ่านกล้องครอบคลุม หรือมีภาวะร่วมที่รุนแรง | เป็นการเปลี่ยนแปลงถาวร · พักฟื้นนานกว่า · ต้องดูแลวิตามินและแร่ธาตุระยะยาว · ไม่ได้ให้บริการที่ YOUNIFY ทีมแพทย์จะส่งต่อทีมศัลยกรรมโรคอ้วนเมื่อประเมินแล้วว่าเหมาะกว่า |
04
ตัวเลขจากงานวิจัยที่ควรอ่านคู่กัน
ตัวเลขด้านล่าง มาจากคนละการศึกษา ประชากรตั้งต้นและระยะเวลาติดตามต่างกัน จึงเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ ใช้อ่านเพื่อเห็นลำดับความเป็นไปได้ ไม่ใช่เพื่อจัดอันดับ
- ESG ที่ 1 ปี งานวิจัยแบบสุ่มมีกลุ่มควบคุม MERIT ใน *The Lancet* ปี 2022 (n=209) รายงานการลดน้ำหนักรวมเฉลี่ย 13.6% ที่ 52 สัปดาห์ เทียบกับ 0.8% ในกลุ่มที่ปรับพฤติกรรมอย่างเดียว [2]
- ESG ที่ 5 ปี การศึกษาติดตามระยะยาว (n=216 ครบ 5 ปี 68 ราย) รายงาน 15.9% (95% CI 11.7–20.5) และ 61% ยังคงลดได้อย่างน้อย 10% [3]
- เซมากลูไทด์ STEP-1 ใน *NEJM* ปี 2021 (n=1,961) รายงาน −14.9% ที่ 68 สัปดาห์ ขนาด 2.4 มก. เทียบกับ −2.4% ในกลุ่มยาหลอก [4]
- เทอร์เซพาไทด์ SURMOUNT-1 ใน *NEJM* ปี 2022 รายงาน ราว 20.9% ที่ 72 สัปดาห์ ขนาด 15 มก. เทียบกับราว 3.1% ในกลุ่มยาหลอก [5]
- ความต่อเนื่องของการใช้ยา บทวิเคราะห์ปี 2026 ใน *eClinicalMedicine* ระบุว่าผู้ใช้ยากลุ่ม GLP-1 มากถึง 65% หยุดยาภายใน 1 ปี และ น้ำหนักที่ลดได้กลับคืนราวสองในสามภายใน 1 ปีหลังหยุดยา พร้อมค่าทางหัวใจและเมตาบอลิกที่ย้อนกลับ [6]
ข้อสุดท้ายคือเหตุผลที่การวางแผนระยะยาวสำคัญไม่แพ้การเลือกวิธี
ถ้อยคำที่ YOUNIFY ใช้สื่อสารเรื่องผลของ ESG คือ โดยทั่วไปลดได้ประมาณ 15–18% ของน้ำหนักตัวใน 1 ปี ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

05
เส้นทางการดูแลที่คลินิก
- ประเมินและซักประวัติ ดูน้ำหนัก ส่วนสูง สัดส่วนร่างกาย ประวัติการลดน้ำหนัก ยาที่ใช้อยู่ โรคประจำตัว และรูปแบบการกินจริง
- ตรวจเลือดและประเมินภาวะเมตาบอลิก ทั้งน้ำตาลในเลือดและค่าน้ำตาลสะสม ไขมันในเลือด การทำงานของตับและไต สำหรับผู้ที่ BMI 27.0–29.9 ขั้นนี้คือสิ่งที่ตอบว่ามีภาวะร่วมเข้าเกณฑ์หรือไม่
- ส่องกล้องตรวจกระเพาะ เมื่อพิจารณาหัตถการผ่านกล้อง ทั้ง ESG และบอลลูนต้องผ่านขั้นนี้ก่อน เพราะข้อห้ามสำคัญหลายข้อตรวจพบได้ด้วยการส่องกล้องเท่านั้น
- เลือกแนวทางร่วมกัน ทีมแพทย์เสนอทางเลือกที่เป็นไปได้พร้อมข้อแลกเปลี่ยนของแต่ละทาง แล้วตัดสินใจร่วมกัน ถ้ายังไม่เหมาะกับหัตถการ ทีมแพทย์จะบอกตรง ๆ และเสนอแนวทางอื่น
- ติดตามผลตลอดปีแรก เป็นช่วงที่การปรับแผนการกิน การดูแลอาการช่วงปรับตัว และการติดตามภาวะเมตาบอลิกเกิดขึ้นถี่ที่สุด และเป็นช่วงที่กำหนดผลลัพธ์มากที่สุด
06
อ่านต่อ — จัดตามคำถามที่คุณมี
"ESG คืออะไร ทำอย่างไร" → ESG เย็บกระเพาะ บทความหลัก
"ฉันเข้าเกณฑ์หรือเปล่า" → เย็บกระเพาะ ใครทำได้บ้าง · เกณฑ์ BMI และข้อห้าม
"ควรเลือกทางไหนก่อน" → ESG กับบอลลูนในกระเพาะ ต่างกันอย่างไร · ESG หรือยากลุ่ม GLP-1 เริ่มจากอะไรก่อน
"หลังทำแล้วชีวิตเป็นอย่างไร" → การพักฟื้นและไทม์ไลน์อาหารหลัง ESG
"ผลอยู่ได้นานแค่ไหน" → ผลระยะยาวของ ESG · ข้อมูลติดตาม 5 ปี
"ราคาเท่าไหร่ คุ้มไหม" → ESG ราคาเท่าไหร่ คุ้มไหม · คู่มือค่าใช้จ่าย ESG ในประเทศไทย
"อันตรายไหม" → ESG อันตรายไหม ผลข้างเคียงมีอะไรบ้าง · อัตราภาวะแทรกซ้อนจากข้อมูลรวม
คำถามที่พบบ่อย
BMI เท่าไหร่ถึงควรเริ่มพิจารณาการรักษา?
แนวปฏิบัติ ASGE–ESGE ปี 2024 ใช้เกณฑ์ BMI ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป หรือ 27.0–29.9 ที่มีภาวะร่วมอย่างน้อย 1 อย่าง ร่วมกับการปรับพฤติกรรมเสมอ ถ้าต่ำกว่านั้น การดูแลน้ำหนักภายใต้ทีมแพทย์ยังเป็นจุดเริ่มที่เหมาะสม
ต้องลองลดเองก่อนไหม ถึงจะมาปรึกษาได้?
ไม่ต้อง ปรึกษาได้ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่รู้ว่าควรเริ่มจากอะไร การประเมินจะบอกว่าตอนนี้คุณอยู่ตรงไหนและมีทางเลือกอะไรบ้าง การปรับพฤติกรรมเป็นพื้นฐานของทุกแนวทางอยู่แล้ว
ยากลุ่ม GLP-1 กับ ESG ต่างกันอย่างไร?
ยาออกฤทธิ์ต่อสัญญาณความอิ่มและความอยากอาหาร ส่วน ESG ลดปริมาตรกระเพาะ ตัวเลขของทั้งสองแนวทางมาจากคนละการศึกษา ประชากรตั้งต้นต่างกัน จึงเทียบตรง ๆ ไม่ได้ ความต่างที่ชัดคือความต่อเนื่อง บทวิเคราะห์ปี 2026 รายงานว่ามากถึง 65% หยุดยาภายใน 1 ปี และน้ำหนักมักกลับคืนราวสองในสามภายใน 1 ปีหลังหยุด
ทำแล้วน้ำหนักจะกลับมาไหม?
เป็นไปได้ในทุกแนวทาง ข้อมูลติดตาม 5 ปีของ ESG รายงาน 15.9% และ 61% ยังคงลดได้อย่างน้อย 10% ซึ่งแปลว่าอีกส่วนหนึ่งไม่ได้คงผลไว้ในระดับนั้น ปีแรกและการติดตามต่อเนื่องจึงเป็นส่วนที่กำหนดผลลัพธ์มากที่สุด
ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่?
ค่าหัตถการ ESG เริ่มต้น 490,000 บาท และบอลลูนในกระเพาะ เริ่มต้น 159,000 บาท ค่าประเมินก่อนทำ ค่าส่องกล้อง และการติดตามผลเป็นรายการแยก ทีมงานจะสรุปให้ครบก่อนตัดสินใจ สำหรับยาและการผ่าตัด กรุณาสอบถามเป็นรายกรณี
บทความที่เกี่ยวข้อง
แหล่งอ้างอิง
- ASGE–ESGE guideline on primary endoscopic bariatric and metabolic therapies for adults with obesity (Gastrointest Endosc, 2024)
- Endoscopic sleeve gastroplasty for treatment of class 1 and 2 obesity (MERIT): a prospective, multicentre, randomised trial (Lancet, 2022)
- Five-year outcomes of endoscopic sleeve gastroplasty for the treatment of obesity (Clin Gastroenterol Hepatol, 2021)
- Once-weekly semaglutide in adults with overweight or obesity (STEP 1) (N Engl J Med, 2021)
- Tirzepatide once weekly for the treatment of obesity (SURMOUNT-1) (N Engl J Med, 2022)
- Weight maintenance after discontinuation of GLP-1 therapies (eClinicalMedicine, 2026)
หมายเหตุทางการแพทย์
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่แทนการตรวจ วินิจฉัย หรือรักษาโดยแพทย์ หากมีอาการรุนแรง อาการเปลี่ยนเร็ว หรือมีภาวะฉุกเฉิน ควรพบแพทย์ทันที
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ
อยากรู้ว่าแผนดูแลแบบไหนเหมาะกับคุณ?
ส่งรายละเอียดอาการ ประวัติสุขภาพ ยาหรือหัตถการที่เคยทำ และเป้าหมายที่ต้องการ ทีมงานจะช่วยนัดหมายเพื่อประเมินกับแพทย์