หมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาทคืออะไร อาการปวดคอร้าวลงแขนและชา สาเหตุ การวินิจฉัยด้วย MRI ทางเลือกรักษาแบบไม่ผ่าตัดถึงผ่าตัด อธิบายโดยทีมแพทย์ YOUNIFY Clinic สีลม
สารบัญ
สรุปสำคัญ
- หมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาทเกิดจากหมอนรองที่เคลื่อนหรือปลิ้นออกมากดรากประสาทที่ไปเลี้ยงแขน ทำให้ปวดคอร้าวลงแขนและชา พบบ่อยที่ระดับ C5-C6 และ C6-C7
- ผู้ป่วยส่วนใหญ่ดีขึ้นได้ด้วยการดูแลแบบไม่ผ่าตัด เช่น ปรับท่าทาง กายภาพบำบัด ยา และหัตถการฉีดยานำภาพในบางราย การผ่าตัดเป็นทางเลือกท้าย ๆ
- ควรพบแพทย์โดยเร็วหากมีอ่อนแรงมากขึ้น ชาทั้งสองข้าง เดินเซ หรือควบคุมการขับถ่ายลำบาก ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนของการกดไขสันหลัง
หมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาทคืออะไร
หมอนรองกระดูกคือแผ่นรองที่อยู่ระหว่างกระดูกสันหลังส่วนคอแต่ละข้อ ทำหน้าที่ดูดซับแรงกระแทกและช่วยให้คอเคลื่อนไหวได้ เมื่อเปลือกนอกที่เหนียวเกิดฉีกและเนื้อเจลด้านในปลิ้นออกมากดรากประสาทที่แยกไปเลี้ยงแขน จึงเกิดภาวะหมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท ทำให้ปวดร้าวและชาตามแนวเส้นประสาท
กระดูกคอของเรามีทั้งหมด 7 ข้อ ตำแหน่งที่พบหมอนรองปลิ้นบ่อยคือระดับ C5-C6 และ C6-C7 ซึ่งเป็นระดับที่ต้องรับน้ำหนักและเคลื่อนไหวมาก เมื่อรากประสาทถูกกดเบียด สัญญาณความปวดและอาการชาจะวิ่งไปตามเส้นทางของประสาทเส้นนั้น อาจลงไปถึงหัวไหล่ ต้นแขน ปลายแขน หรือปลายนิ้วมือ ขึ้นอยู่กับว่ารากประสาทระดับใดได้รับผลกระทบ อาการจึงมีรูปแบบเฉพาะที่ช่วยให้แพทย์คาดเดาตำแหน่งของรอยโรคได้ตั้งแต่การซักประวัติ
อาการเป็นอย่างไร: ปวดคอ ร้าวลงแขน ชา
อาการเด่นคือปวดคอที่ร้าวลงแขนข้างเดียวตามแนวเส้นประสาท ร่วมกับชาหรือรู้สึกซ่าเหมือนไฟช็อตที่ปลายมือ บางรายมีกล้ามเนื้อแขนหรือมืออ่อนแรง หยิบจับของหลุดง่าย อาการมักเป็นมากขึ้นเมื่อเงยคอ ไอ จาม หรือเบ่ง และดีขึ้นเมื่อพักในท่าที่เหมาะสม
รูปแบบอาการที่พบได้ ได้แก่ ปวดตื้อ ๆ ที่ต้นคอและสะบัก ปวดแปลบร้าวลงแขนเวลาขยับคอบางท่า ชาเป็นแนวยาวไปถึงนิ้วโป้ง นิ้วชี้ หรือนิ้วก้อยตามระดับที่เป็น และความรู้สึกอ่อนแรงเวลายกแขนหรือกำมือ หากมีอาการชาหรืออ่อนแรงที่แขนทั้งสองข้าง เดินเซ การทรงตัวแย่ลง หรือควบคุมการขับถ่ายลำบาก เหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนของการกดไขสันหลัง ควรพบแพทย์โดยเร็ว เพราะต้องประเมินอย่างเร่งด่วนมากกว่ากรณีกดเฉพาะรากประสาททั่วไป อาการปวดร้าวลงแขนในลักษณะนี้อ่านเพิ่มได้ในบทความเรื่อง ปวดคอร้าวลงแขนและภาวะรากประสาทคอถูกกดทับ
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงมีอะไรบ้าง
สาเหตุหลักคือความเสื่อมของหมอนรองกระดูกตามวัย ทำให้เปลือกนอกเปราะและฉีกง่ายขึ้น ปัจจัยเสริมได้แก่ พฤติกรรมก้มคอมองจอนาน การยกของหนักผิดท่า การสูบบุหรี่ น้ำหนักตัวมาก และการบาดเจ็บบริเวณคอ ปัจจัยเหล่านี้เพิ่มแรงกดและเร่งการเสื่อมของหมอนรอง
ในชีวิตประจำวัน ท่าทางที่เรียกว่า "คอยื่นไปข้างหน้า" จากการใช้โทรศัพท์และคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน จะเพิ่มแรงกดที่หมอนรองกระดูกคออย่างต่อเนื่อง เมื่อสะสมนานหลายปีร่วมกับกระบวนการเสื่อมตามธรรมชาติ เปลือกหมอนรองจึงอ่อนแอลงและมีโอกาสปลิ้นได้ง่ายขึ้นแม้จากการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย เช่น การสะบัดคอหรือบิดตัวเร็ว ๆ การดูแลท่าทาง การจัดโต๊ะทำงาน และการเลิกบุหรี่จึงเป็นการดูแลระยะยาวที่ช่วยชะลอความเสื่อมและลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ
วินิจฉัยอย่างไร ต้องทำ MRI ไหม
การวินิจฉัยเริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกายทางระบบประสาท เพื่อดูกำลังกล้ามเนื้อ ความรู้สึก และรีเฟล็กซ์ การตรวจ MRI เป็นเครื่องมือที่เห็นหมอนรองและรากประสาทได้ชัด แต่ไม่จำเป็นในทุกราย แพทย์จะพิจารณาส่งตรวจเมื่ออาการรุนแรง เป็นนานเกินไป หรือมีสัญญาณเตือนทางระบบประสาท
โดยทั่วไปหากอาการยังไม่รุนแรงและไม่มีสัญญาณอันตราย แพทย์มักเริ่มด้วยการดูแลแบบประคับประคองก่อนและติดตามอาการ เพราะหลายรายดีขึ้นได้เองตามเวลา MRI มีประโยชน์มากเมื่ออาการไม่ตอบสนองต่อการดูแลเบื้องต้น มีอาการอ่อนแรงชัดเจน หรือกำลังวางแผนทำหัตถการหรือผ่าตัด นอกจากนี้แพทย์อาจใช้การตรวจการนำไฟฟ้าของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ (EMG/NCS) เพื่อยืนยันว่ารากประสาทระดับใดได้รับผลกระทบ และแยกจากภาวะอื่นที่ทำให้ชาปลายมือได้เช่นกัน เครื่องมือตรวจวินิจฉัยที่ YOUNIFY Clinic ใช้ได้มาตรฐานสากล และแพทย์จะอธิบายผลให้เข้าใจก่อนตัดสินใจร่วมกัน
รักษาแบบไม่ผ่าตัดกับผ่าตัด ต่างกันอย่างไร
ผู้ป่วยส่วนใหญ่ดูแลได้ด้วยวิธีไม่ผ่าตัด ได้แก่ การปรับท่าทาง กายภาพบำบัด ยาลดปวดและลดการอักเสบตามที่แพทย์สั่ง ร่วมกับหัตถการฉีดยาลดการอักเสบรอบรากประสาทในบางราย การผ่าตัดพิจารณาเป็นทางเลือกท้าย ๆ เมื่อมีอาการอ่อนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือดูแลแบบไม่ผ่าตัดแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น
แนวทางการดูแลมักเป็นแบบขั้นบันได เริ่มจากวิธีที่รบกวนร่างกายน้อยที่สุดก่อน ในช่วงแรกเน้นลดการอักเสบและความปวด ปรับกิจกรรมที่กระตุ้นอาการ และเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อคอและสะบักด้วยกายภาพบำบัด หากอาการปวดร้าวยังรบกวนชีวิตประจำวัน แพทย์อาจแนะนำหัตถการฉีดยาแบบใช้ภาพนำเพื่อช่วยบรรเทาอาการและช่วยให้ทำกายภาพได้ดีขึ้น ส่วนการผ่าตัดจะพิจารณาเมื่อมีข้อบ่งชี้ชัดเจน เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรงที่แย่ลง มีสัญญาณกดไขสันหลัง หรืออาการรุนแรงที่ไม่ตอบสนองต่อการดูแลอื่น การตัดสินใจควรทำร่วมกับแพทย์โดยชั่งน้ำหนักประโยชน์และความเสี่ยงของแต่ละคน
หัตถการเข็มนำภาพช่วยได้อย่างไร: ฉีดรากประสาทและ RFA
หัตถการเข็มนำภาพคือการใช้เครื่องเอกซเรย์หรืออัลตราซาวด์นำทางเข็มไปยังตำแหน่งที่แม่นยำ เพื่อฉีดยาลดการอักเสบรอบรากประสาทที่ถูกกดเบียด (nerve root/epidural injection) ช่วยบรรเทาอาการปวดร้าวและลดการอักเสบ ทำแบบใช้เข็ม ไม่ต้องผ่าตัด ผู้ป่วยส่วนใหญ่กลับบ้านได้ในวันเดียว
ในกรณีที่อาการปวดมาจากข้อต่อฟาเซ็ตของกระดูกคอมากกว่าตัวรากประสาท แพทย์อาจใช้การจี้เส้นประสาทรับความรู้สึกด้วยคลื่นความถี่วิทยุ (radiofrequency ablation หรือ RFA) เพื่อลดสัญญาณความปวดจากข้อต่อนั้น หัตถการกลุ่มนี้เป็นทางเลือกกลางระหว่างการใช้ยากับการผ่าตัด เหมาะกับผู้ที่อาการยังรบกวนชีวิตแม้ดูแลเบื้องต้นแล้ว โดยดำเนินการโดยทีมแพทย์ด้านเวชศาสตร์ความปวดภายใต้ภาพนำเพื่อความแม่นยำ อ่านรายละเอียดวิธีการและการเตรียมตัวได้ในบทความ การจี้เส้นประสาทด้วยคลื่นวิทยุ (RFA) สำหรับอาการปวดคอ และหากคุณมีอาการปวดคอเรื้อรังโดยรวม อ่านภาพรวมทางเลือกทั้งหมดได้ที่ แนวทางรักษาอาการปวดคอเรื้อรัง
สรุป
การดูแลหมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาทเป็นส่วนหนึ่งของบริการดูแลอาการปวดคอ ของ YOUNIFY ซึ่งดูแลตั้งแต่การปรับพฤติกรรม กายภาพบำบัด ยา ไปจนถึงหัตถการฉีดยานำภาพโดยไม่ต้องผ่าตัด และดูแลโดยทีมแพทย์ หากต้องการประเมินว่าอาการของคุณเหมาะกับแนวทางใด ติดต่อเรา เพื่อนัดปรึกษาเบื้องต้นได้ ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล
ทีมแพทย์

พญ.รรินทร ชุมสาย ณ อยุธยา
เวชศาสตร์ความปวด / วิสัญญีแพทย์
วุฒิบัตรอนุสาขาเวชศาสตร์ความปวด
ดูประวัติแพทย์
คำถามที่พบบ่อย
หมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาทต้องผ่าตัดไหม?
ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด ผู้ป่วยจำนวนมากดีขึ้นด้วยการดูแลแบบไม่ผ่าตัด การผ่าตัดพิจารณาเป็นทางเลือกท้าย ๆ เมื่อมีกล้ามเนื้ออ่อนแรงมากขึ้น มีสัญญาณกดไขสันหลัง หรือดูแลด้วยวิธีอื่นแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ควรตัดสินใจร่วมกับแพทย์
อาการหายเองได้ไหม?
หลายรายอาการค่อย ๆ ทุเลาลงได้เองในเวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน โดยเฉพาะเมื่อปรับท่าทางและทำกายภาพบำบัดร่วมด้วย อย่างไรก็ตามหากมีอาการอ่อนแรง ชามากขึ้น หรือปวดรุนแรง ควรพบแพทย์เพื่อประเมิน ไม่ควรรอจนอาการลุกลาม
ระหว่างที่เป็นควรหลีกเลี่ยงอะไร?
ควรเลี่ยงการก้มคอมองจอนาน ๆ การยกของหนักผิดท่า การสะบัดหรือดัดคอแรง ๆ และการนวดกดคออย่างรุนแรงโดยไม่ได้ประเมิน ปรับโต๊ะทำงานให้จออยู่ระดับสายตา พักคอเป็นระยะ และปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มการออกกำลังกายที่ลงน้ำหนักที่คอ
แหล่งอ้างอิง
- Neck Pain: Clinical Practice Guidelines, Revision 2017 (JOSPT) (Journal of Orthopaedic & Sports Physical Therapy, 2017)
- Advances in the diagnosis and management of neck pain (BMJ, 2017 (Cohen SP, Hooten WM))
เครื่องมือนี้ช่วยนำทางไปยังข้อมูลที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัย
หมายเหตุทางการแพทย์
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่แทนการตรวจ วินิจฉัย หรือรักษาโดยแพทย์ หากมีอาการรุนแรง อาการเปลี่ยนเร็ว หรือมีภาวะฉุกเฉิน ควรพบแพทย์ทันที
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ
อยากรู้ว่าแผนดูแลแบบไหนเหมาะกับคุณ?
ส่งรายละเอียดอาการ ประวัติสุขภาพ ยาหรือหัตถการที่เคยทำ และเป้าหมายที่ต้องการ ทีมงานจะช่วยนัดหมายเพื่อประเมินกับแพทย์
ปรึกษาอาการกับ YOUNIFY Clinic