ReLEx SMILE กับ LASIK ต่างกันอย่างไร เทียบลักษณะแผล ระยะฟื้นตัว โอกาสตาแห้ง ขอบเขตค่าสายตาที่แก้ได้ และราคาเริ่มต้น เพื่อช่วยคุณเลือกวิธีที่เหมาะกับดวงตา
สารบัญ
สรุปสำคัญ
- ทั้งสองวิธีใช้เลเซอร์ปรับความโค้งกระจกตาเหมือนกัน แต่ต่างกันที่วิธีเข้าถึงเนื้อกระจกตา
- FemtoLASIK เปิดฝากระจกตาแล้วปิดกลับ ส่วน ReLEx SMILE นำชิ้นเนื้อเยื่อออกทางแผลเล็กไม่กี่มิลลิเมตร
- ความต่างที่ส่งผลจริง 5 ข้อ: ลักษณะแผล โอกาสตาแห้ง จังหวะการฟื้นตัว ขอบเขตค่าสายตาที่แก้ได้ และแนวทางปรับแก้ในอนาคต
- ราคาเริ่มต้นแบบสองข้าง: FemtoLASIK เริ่มต้น 55,000 บาท · ReLEx SMILE เริ่มต้น 75,000 บาท
- ให้ผลตรวจเป็นตัวตัดสิน ไม่ใช่ความชอบส่วนตัว และผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
สรุปสั้น ๆ ต่างกันตรงไหน
เมื่อเริ่มหาข้อมูลเรื่องผ่าตัดแก้ไขสายตา คำถามที่เจอแทบทุกคนคือ “ReLEx SMILE กับ LASIK ต่างกันอย่างไร” คำตอบสั้น ๆ คือทั้งสองวิธีใช้เลเซอร์ปรับความโค้งกระจกตาเหมือนกัน แต่ “วิธีเข้าถึงเนื้อกระจกตา” ต่างกัน และความต่างตรงนั้นส่งผลถึงลักษณะแผล ความรู้สึกช่วงพักฟื้น โอกาสเกิดตาแห้ง และข้อจำกัดของค่าสายตาที่แก้ได้ บทความนี้ทีมแพทย์ YOUNIFY Clinic เรียบเรียงเพื่อเทียบให้เห็นทีละประเด็น โดยไม่เชียร์วิธีใดวิธีหนึ่งเป็นการล่วงหน้า เพราะคำตอบที่ถูกต้องขึ้นอยู่กับผลตรวจของดวงตาแต่ละคน
LASIK ซึ่งปัจจุบันนิยมทำแบบ FemtoLASIK ใช้เลเซอร์แยกชั้นกระจกตาเป็นฝาบาง ๆ เปิดขึ้นมา ปรับความโค้งด้านใน แล้วปิดฝากลับ ส่วน ReLEx SMILE ใช้เลเซอร์สร้างชิ้นเนื้อเยื่อบาง ๆ ไว้ในกระจกตาแล้วดึงออกทางแผลเล็กไม่กี่มิลลิเมตร โดยไม่ต้องเปิดฝาขนาดใหญ่ ผลปลายทางคล้ายกัน แต่เส้นทางไปถึงต่างกัน
ตารางเปรียบเทียบ ReLEx SMILE กับ FemtoLASIK
ตารางนี้เทียบประเด็นที่คนถามบ่อยที่สุดแบบเคียงกัน เพื่อให้เห็นว่าความต่างอยู่ตรงไหนจริง ๆ ทั้งสองวิธีเป็นทางเลือกที่ใช้กันแพร่หลายและมีข้อมูลรองรับ การเลือกจึงเป็นเรื่องของความเข้ากันกับดวงตาและไลฟ์สไตล์ ไม่ใช่เรื่องของวิธีที่ “เหนือกว่า”
| ประเด็น | ReLEx SMILE | FemtoLASIK |
|---|---|---|
| ลักษณะแผล | แผลเล็กไม่กี่มิลลิเมตรที่ขอบ ไม่เปิดฝากระจกตาขนาดใหญ่ | เปิดฝากระจกตาแล้วปิดกลับ |
| เลเซอร์ที่ใช้ | เลเซอร์ชนิดเดียวตลอดขั้นตอน | ใช้เลเซอร์แยกชั้นกระจกตา ร่วมกับเลเซอร์ปรับความโค้ง |
| การรบกวนผิวกระจกตาและเส้นประสาทผิว | น้อยกว่าโดยเปรียบเทียบ | มากกว่าโดยเปรียบเทียบ |
| โอกาสตาแห้งช่วงหลังทำ | มักน้อยกว่าและกลับสู่ปกติเร็วกว่า | พบได้บ่อยในช่วงเดือนแรก ๆ และมักค่อย ๆ ดีขึ้น |
| ความเร็วการมองเห็นชัดช่วงแรก | ผู้รับบริการส่วนใหญ่ชัดขึ้นภายใน 1–2 วัน บางรายใช้เวลาปรับตัวนานกว่าเล็กน้อย | ผู้รับบริการส่วนใหญ่ชัดขึ้นภายใน 1–2 วัน |
| ค่าสายตาที่รองรับ | เน้นสายตาสั้นและสายตาเอียงในช่วงที่กำหนด | รองรับสายตาสั้น เอียง และยาว ในช่วงที่เหมาะสม |
| ประเด็นฝากระจกตาเมื่อถูกกระแทก | ไม่มีฝาขนาดใหญ่ให้กังวล | ต้องระวังการกระแทกบริเวณดวงตาโดยเฉพาะช่วงแรก |
| การปรับแก้เพิ่มเติมภายหลัง | วางแผนได้ แต่มีรายละเอียดที่ต้องพิจารณาร่วมกับจักษุแพทย์ | มีแนวทางที่คุ้นเคยและทำได้ตรงไปตรงมากว่าในหลายกรณี |
| ราคาเริ่มต้น (สองข้าง) | เริ่มต้น 75,000 บาท | เริ่มต้น 55,000 บาท |
ราคาในตารางเป็นราคาเริ่มต้นสำหรับเปรียบเทียบเบื้องต้น (ค่าตั้งต้นฉบับร่าง รอจักษุแพทย์ยืนยัน) ดูรายละเอียดบริการได้ที่ ReLEx SMILE และ LASIK และ FemtoLASIK
ความต่างที่สำคัญ 5 ข้อ
หากตัดรายละเอียดทางเทคนิคออก ความต่างที่ส่งผลต่อประสบการณ์จริงของผู้รับบริการมี 5 ข้อ ได้แก่ ลักษณะแผลและโครงสร้างกระจกตา โอกาสตาแห้ง จังหวะการฟื้นตัว ขอบเขตค่าสายตาที่แก้ได้ และแนวทางการปรับแก้ในอนาคต
1. ลักษณะแผลและโครงสร้างกระจกตา — FemtoLASIK ต้องเปิดฝากระจกตาขนาดใหญ่พอสมควรเพื่อให้เลเซอร์ทำงานด้านใน ส่วน ReLEx SMILE ใช้แผลขนาดเล็กเพียงไม่กี่มิลลิเมตรเป็นช่องนำชิ้นเนื้อเยื่อออก ผิวกระจกตาส่วนใหญ่จึงยังคงต่อเนื่องเป็นแผ่นเดียว ในทางทฤษฎีจึงรบกวนความแข็งแรงของโครงสร้างกระจกตาน้อยกว่า ข้อนี้เป็นเหตุผลที่ผู้ที่เล่นกีฬาปะทะหรือทำงานที่มีโอกาสถูกกระแทกบริเวณดวงตามักได้รับคำแนะนำให้พิจารณา ReLEx SMILE หรือ PRK เป็นลำดับต้น ๆ
2. โอกาสเกิดตาแห้งหลังทำ — อาการตาแห้งหลังผ่าตัดเกิดจากการที่เส้นประสาทเล็ก ๆ บริเวณผิวกระจกตาถูกรบกวน ทำให้การส่งสัญญาณสร้างน้ำตาลดลงชั่วคราว เมื่อ ReLEx SMILE เปิดแผลเล็กกว่า การรบกวนเส้นประสาทผิวจึงน้อยกว่าโดยเปรียบเทียบ ผู้รับบริการหลายรายจึงรู้สึกว่าอาการตาแห้งเบากว่าและกลับเข้าสู่ภาวะปกติเร็วกว่า อย่างไรก็ตาม ทั้งสองวิธีอาจมีอาการตาแห้งได้ในช่วงพักฟื้น และมักค่อย ๆ ดีขึ้นตามเวลา ระดับอาการแตกต่างกันในแต่ละบุคคล โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะตาแห้งอยู่ก่อน
3. จังหวะการฟื้นตัว — ทั้งสองวิธีจัดเป็นหัตถการที่ฟื้นตัวไว ผู้รับบริการส่วนใหญ่มองเห็นชัดขึ้นภายใน 1–2 วัน และกลับไปทำงานได้ในเวลาไม่นาน ความต่างที่มักพบคือ FemtoLASIK ให้ความคมชัดในวันแรกที่หลายคนรู้สึกว่าไวกว่าเล็กน้อย ขณะที่ ReLEx SMILE บางรายอาจใช้เวลาปรับตัวอีกไม่กี่วันจึงเข้าที่ ทั้งนี้ระยะเวลาการฟื้นตัวขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
4. ขอบเขตค่าสายตาที่แก้ได้ — FemtoLASIK รองรับรูปแบบค่าสายตาได้กว้างกว่า ทั้งสายตาสั้น สายตาเอียง และสายตายาวแต่กำเนิดในช่วงที่เหมาะสม ส่วน ReLEx SMILE มีจุดแข็งกับสายตาสั้นและสายตาเอียงในช่วงที่กำหนด แต่โดยทั่วไปไม่ใช้แก้สายตายาวแต่กำเนิด ดังนั้นบางคนจึงไม่มีทางเลือกให้เลือกตั้งแต่แรก เพราะค่าสายตาเป็นตัวกำหนดวิธีไปแล้วส่วนหนึ่ง
5. การปรับแก้เพิ่มเติมในอนาคต — ค่าสายตาของบางคนอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามเวลา และบางรายอาจต้องพิจารณาปรับแก้เพิ่มเติมในภายหลัง ในกรณีของ FemtoLASIK แนวทางที่ใช้กันคือการเปิดฝากระจกตาเดิมขึ้นมาปรับแก้ ซึ่งเป็นวิธีที่คุ้นเคย ส่วน ReLEx SMILE เนื่องจากไม่มีฝากระจกตาเดิม การปรับแก้จึงต้องวางแผนด้วยแนวทางอื่น ซึ่งทำได้แต่มีรายละเอียดที่ควรคุยกับจักษุแพทย์ตั้งแต่ก่อนตัดสินใจครั้งแรก
บทความนี้ตั้งใจไม่ระบุตัวเลขช่วงค่าสายตาที่แต่ละวิธีรองรับ เพราะเกณฑ์ที่ใช้จริงยึดตามผลตรวจของแต่ละคนและดุลพินิจของจักษุแพทย์
มักพิจารณา ReLEx SMILE ในกรณีใด
หลักการคัดเลือกคือให้ผลตรวจเป็นตัวตัดสิน ไม่ใช่ความชอบส่วนตัว เพราะความหนาและรูปร่างกระจกตา ค่าสายตา และคุณภาพฟิล์มน้ำตา เป็นตัวกำหนดว่าวิธีใดปลอดภัยและให้ผลที่คาดเดาได้มากกว่าสำหรับดวงตาคู่นั้น
- สายตาสั้นและ/หรือเอียงในช่วงที่วิธีนี้รองรับ
- มีแนวโน้มตาแห้ง หรือใส่คอนแทคเลนส์แล้วรู้สึกเคืองง่าย
- เล่นกีฬาที่มีการปะทะ หรือทำงานที่เสี่ยงถูกกระแทกบริเวณดวงตา
- ต้องการรบกวนโครงสร้างผิวกระจกตาให้น้อยลง
มักพิจารณา FemtoLASIK ในกรณีใด
อีกด้านหนึ่ง มีลักษณะค่าสายตาและความต้องการบางแบบที่ FemtoLASIK ตอบได้ตรงกว่า
- มีสายตายาวแต่กำเนิด หรือรูปแบบค่าสายตาที่ ReLEx SMILE ไม่ครอบคลุม
- ต้องการความคมชัดที่เข้าที่ไวในช่วงวันแรก ๆ
- มีแนวโน้มว่าอาจต้องปรับแก้เพิ่มเติมในอนาคต และต้องการแนวทางที่ตรงไปตรงมา
- งบประมาณเป็นปัจจัยหนึ่งในการตัดสินใจ ควบคู่กับความเหมาะสมทางคลินิก
กรณีที่ทั้งสองวิธียังไม่เหมาะ หรือควรประเมินเป็นพิเศษ
บางกรณีไม่ได้แปลว่าทำไม่ได้ตลอดไป แต่ต้องประเมินละเอียดขึ้น หรือรอให้ปัจจัยบางอย่างนิ่งก่อน
- กระจกตาบางเกินเกณฑ์ หรือมีรูปร่างกระจกตาโก่งผิดรูป
- ค่าสายตายังเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องในช่วงปีที่ผ่านมา
- มีภาวะตาแห้งรุนแรง หรือเปลือกตาอักเสบที่ยังควบคุมไม่ได้
- ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- มีโรคของกระจกตา จอประสาทตา หรือโรคประจำตัวที่กระทบการสมานแผล
ในกรณีที่ทั้งสองวิธีไม่เหมาะเพราะกระจกตาบางหรือค่าสายตาสูงมาก ทางเลือกที่มักถูกพิจารณาต่อคือการใส่เลนส์เสริมในลูกตา อ่านรายละเอียดได้ที่ สายตาสั้นมาก กระจกตาบาง ทำอย่างไรได้บ้าง — ทำความรู้จัก ICL
ขั้นตอนเมื่อมาที่คลินิก
กระบวนการของทั้งสองวิธีคล้ายกันมาก ต่างกันที่ขั้นตอนในห้องผ่าตัดเท่านั้น สิ่งที่ใช้เวลามากที่สุดคือการตรวจประเมินก่อนผ่าตัด ซึ่งเป็นขั้นตอนที่กำหนดว่าคุณเหมาะกับวิธีใด
- ตรวจประเมินสายตาและสุขภาพดวงตา — วัดค่าสายตา วัดความหนากระจกตา ถ่ายแผนที่ความโค้งกระจกตา วัดความดันตา ประเมินฟิล์มน้ำตา และตรวจจอประสาทตาแบบขยายม่านตา ต้องงดใส่คอนแทคเลนส์ก่อนตรวจตามคำแนะนำของทีมแพทย์
- อธิบายผลตรวจและเลือกวิธีร่วมกัน — จักษุแพทย์ของเราจะชี้ให้เห็นจากภาพและตัวเลขจริงว่าดวงตาของคุณมีข้อจำกัดอะไร วิธีใดเหมาะ และผลลัพธ์ที่คาดหวังได้ตามความเป็นจริง รวมถึงความเสี่ยงเฉพาะราย
- วันทำหัตถการ — ใช้ยาชาหยอดตา รู้สึกตัวตลอด ใช้เวลาไม่นานต่อข้าง หลังทำพักสังเกตอาการช่วงสั้น ๆ แล้วกลับได้ในวันเดียวในกรณีทั่วไป ควรมีผู้ติดตามมารับกลับ
- นัดติดตามผล — ตรวจตามรอบเพื่อดูการสมานตัว ความคมชัด ความดันตา และภาวะตาแห้ง
การตรวจประเมินและการนัดติดตามผลทั้งหมดทำที่คลินิก YOUNIFY สีลม ส่วนตัวหัตถการทำโดยทีมแพทย์ของเราที่โรงพยาบาลพันธมิตรซึ่งมีห้องผ่าตัดและเครื่องมือตามมาตรฐาน
การเตรียมตัวและการดูแลหลังทำ
หลักการดูแลของทั้งสองวิธีเหมือนกันเกือบทั้งหมด คือ หยอดยาให้ครบตามตาราง ห้ามขยี้ตา และเลี่ยงสิ่งที่ทำให้เกิดการติดเชื้อหรือกระแทกในช่วงพักฟื้น ความต่างอยู่ที่ผู้ที่ทำ FemtoLASIK ต้องระวังการกระแทกฝากระจกตาเป็นพิเศษในช่วงแรก
- ก่อนวันทำ: งดใส่คอนแทคเลนส์ตามระยะที่ทีมแพทย์กำหนด โดยเลนส์ชนิดแข็งต้องงดนานกว่าเลนส์ชนิดนิ่ม
- ก่อนวันทำ: งดแต่งหน้าบริเวณดวงตาและน้ำหอมในวันทำ แจ้งทีมแพทย์หากมีอาการตาแดง เคืองตา หรือเจ็บป่วยก่อนวันนัด และเตรียมผู้ติดตามพร้อมแว่นกันแดด
- หลังทำ: หยอดยาตามตารางอย่างเคร่งครัด ทั้งยาลดการอักเสบ ยาป้องกันการติดเชื้อ และน้ำตาเทียม
- หลังทำ: ห้ามขยี้ตาโดยเด็ดขาดในช่วงแรก ใส่ที่ครอบตาตอนนอนตามคำแนะนำ และเลี่ยงน้ำเข้าตา งดว่ายน้ำ ซาวน่า และการแต่งหน้าบริเวณดวงตาตามระยะที่แนะนำ
- หลังทำ: ผู้ที่ทำ FemtoLASIK ควรเลี่ยงกีฬาปะทะนานกว่าตามคำแนะนำเฉพาะราย และหากปวดตามาก ตาแดงมากขึ้น หรือการมองเห็นแย่ลงชัดเจน ให้ติดต่อคลินิกทันที
ราคาต่างกันแค่ไหน
ในตลาดไทยปี 2026 FemtoLASIK เริ่มต้น 55,000 บาท และ ReLEx SMILE เริ่มต้น 75,000 บาท ทั้งคู่คิดแบบสองข้าง ส่วนต่างมาจากลักษณะเทคโนโลยีและวัสดุที่ใช้ ราคาจริงขึ้นอยู่กับผลตรวจและรายการที่รวมในแพ็กเกจ (ค่าตั้งต้นฉบับร่าง รอจักษุแพทย์ยืนยัน)
สิ่งที่อยากให้พิจารณาคือ อย่าใช้ส่วนต่างราคาเป็นเหตุผลหลักในการเลือก เพราะถ้าเลือกวิธีที่ไม่เข้ากับลักษณะกระจกตา ราคาที่ประหยัดไปจะไม่คุ้มกับผลลัพธ์ที่ไม่ตรงความคาดหวัง ดูรายละเอียดโครงสร้างราคาทั้ง 4 วิธีได้ที่ เลสิกราคาเท่าไหร่ 2026
ยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกวิธีไหน ให้ผลตรวจเป็นตัวช่วยตัดสิน จักษุแพทย์ของเราจะอธิบายจากภาพกระจกตาและค่าสายตาจริงของคุณ ว่าวิธีใดเหมาะและวิธีใดควรเลี่ยง ดูรายละเอียดบริการได้ที่ ReLEx SMILE หรือทักมาที่ LINE @younifyclinic เพื่อนัดหมายตรวจประเมินที่คลินิกสีลม
คำถามที่พบบ่อย
ReLEx SMILE กับ LASIK ต่างกันอย่างไรแบบสั้นที่สุด
LASIK เปิดฝากระจกตาแล้วปิดกลับ ส่วน ReLEx SMILE ดึงชิ้นเนื้อเยื่อออกทางแผลเล็กโดยไม่เปิดฝาขนาดใหญ่ ความต่างนี้ส่งผลถึงลักษณะแผล โอกาสตาแห้ง และข้อควรระวังเรื่องการกระแทกบริเวณดวงตา
ReLEx SMILE ตาแห้งน้อยกว่าจริงไหม
โดยเปรียบเทียบแล้ว ReLEx SMILE รบกวนเส้นประสาทผิวกระจกตาน้อยกว่า ผู้รับบริการหลายรายจึงมีอาการตาแห้งเบากว่าและกลับสู่ปกติเร็วกว่า แต่ทั้งสองวิธีอาจมีอาการตาแห้งได้ในช่วงพักฟื้น ระดับอาการแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
สายตายาวทำ ReLEx SMILE ได้ไหม
โดยทั่วไป ReLEx SMILE ไม่ได้ใช้แก้สายตายาวแต่กำเนิด ผู้ที่มีค่าสายตาลักษณะนี้จึงมักได้รับคำแนะนำให้พิจารณาวิธีอื่น ทั้งนี้ต้องประเมินจากผลตรวจจริงของแต่ละบุคคล
ทำ ReLEx SMILE แล้วถ้าค่าสายตาเปลี่ยนในอนาคต แก้ไขเพิ่มได้ไหม
แก้ไขเพิ่มเติมได้ แต่แนวทางต่างจาก LASIK เพราะไม่มีฝากระจกตาเดิมให้เปิด จึงควรคุยเรื่องแผนระยะยาวกับจักษุแพทย์ตั้งแต่ก่อนตัดสินใจครั้งแรก
ReLEx SMILE กับ LASIK วิธีไหนเจ็บกว่ากัน
ทั้งสองวิธีทำภายใต้ยาชาหยอดตา ผู้รับบริการส่วนใหญ่รู้สึกตื้อ ๆ หรือมีแรงกดระหว่างทำมากกว่าความเจ็บ หลังทำอาจมีอาการเคืองตาและน้ำตาไหลในช่วงชั่วโมงแรก ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้น
ตัดสินใจไม่ได้ ควรเริ่มจากอะไร
เริ่มจากการตรวจประเมินสายตาและสุขภาพดวงตาก่อน เพราะความหนากระจกตา รูปร่างความโค้ง และค่าสายตาจริง มักตัดตัวเลือกให้เหลือน้อยลงเอง แล้วจึงตัดสินใจร่วมกับจักษุแพทย์
แหล่งอ้างอิง
- Cochrane Database of Systematic Reviews — Small incision lenticule extraction (SMILE) versus LASIK for myopia
- American Academy of Ophthalmology — LASIK: Laser Eye Surgery
- American Academy of Ophthalmology — What Is Dry Eye?
- NICE Interventional Procedures Guidance IPG164 — Photorefractive (laser) surgery for the correction of refractive errors
หมายเหตุทางการแพทย์
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่แทนการตรวจ วินิจฉัย หรือรักษาโดยแพทย์ หากมีอาการรุนแรง อาการเปลี่ยนเร็ว หรือมีภาวะฉุกเฉิน ควรพบแพทย์ทันที
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ
อยากรู้ว่าแผนดูแลแบบไหนเหมาะกับคุณ?
ส่งรายละเอียดอาการ ประวัติสุขภาพ ยาหรือหัตถการที่เคยทำ และเป้าหมายที่ต้องการ ทีมงานจะช่วยนัดหมายเพื่อประเมินกับแพทย์
ปรึกษาอาการกับ YOUNIFY Clinic