ICL — ทางเลือกเมื่อทำเลเซอร์ไม่ได้

ICL — ทางเลือกเมื่อทำเลเซอร์ไม่ได้

ICL เลนส์เสริมในลูกตา

ใส่เลนส์เสริมเข้าไปในลูกตาโดยไม่ตัดเนื้อกระจกตา สำหรับสายตาสั้นมากหรือกระจกตาบาง ราคาเริ่มต้น 160,000 บาท

ภาพรวม

ICL (Implantable Collamer Lens) คือการใส่เลนส์เสริมเข้าไปภายในลูกตาเพื่อแก้ไขค่าสายตา โดยไม่ตัดหรือปรับเนื้อกระจกตา จึงเป็นทางเลือกที่จักษุแพทย์มักพิจารณาในผู้ที่มีค่าสายตาสั้นมาก หรือกระจกตาบาง/รูปร่างไม่เหมาะกับการทำเลเซอร์ หลายท่านที่มาปรึกษาเรื่องนี้ คือผู้ที่เคยได้รับแจ้งจากที่อื่นมาแล้วว่าทำเลสิกไม่ได้

รายละเอียดที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

ICL ต่างจากการทำเลเซอร์อย่างไร

เนื้อกระจกตา — เลเซอร์ปรับหรือนำเนื้อกระจกตาออกบางส่วน ส่วน ICL ไม่แตะเนื้อกระจกตา · ตำแหน่งที่ทำ — เลเซอร์ทำที่ผิว/ชั้นกระจกตา ส่วน ICL เป็นหัตถการภายในลูกตา · การถอดกลับ — เลนส์ ICL สามารถนำออกได้ในทางทฤษฎีหากมีข้อบ่งชี้ ขณะที่การปรับกระจกตาด้วยเลเซอร์เป็นการเปลี่ยนแปลงถาวร · ข้อพิจารณาก่อนทำ — ICL ต้องประเมินโครงสร้างภายในลูกตาเพิ่มเติม เช่น ความลึกช่องหน้าลูกตาและจำนวนเซลล์กระจกตาชั้นใน ค่าตั้งต้นคือความลึกช่องหน้าลูกตาตั้งแต่ประมาณ 2.8 มม. ขึ้นไป และจำนวนเซลล์กระจกตาชั้นในประมาณ 2,000–2,400 เซลล์/ตร.มม. ขึ้นไปตามช่วงอายุ (ค่าตั้งต้นฉบับร่าง รอจักษุแพทย์ยืนยัน) · ราคาเริ่มต้น — ICL 160,000 บาท เทียบกับ SMILE 75,000 บาท และ FemtoLASIK 69,000 บาท

ถ้าเคยได้รับแจ้งว่าทำเลสิกไม่ได้ ยังมีทางเลือกอะไรบ้าง

เหตุผลที่พบบ่อยคือกระจกตาบางเกินไป รูปร่างกระจกตาไม่สม่ำเสมอ หรือค่าสายตาสูงเกินกว่าที่การปรับกระจกตาจะรองรับได้อย่างปลอดภัย ในกรณีเหล่านี้ ICL เป็นทางเลือกที่จักษุแพทย์อาจพิจารณา เพราะไม่ต้องพึ่งความหนาของกระจกตา อย่างไรก็ตาม ICL มีเกณฑ์ของตัวเองที่ต้องผ่านเช่นกัน การเคยถูกปฏิเสธจากวิธีหนึ่ง จึงไม่ได้แปลว่าจะทำอีกวิธีได้เสมอไป ต้องตรวจประเมินใหม่ทุกครั้ง

ความเสี่ยงเฉพาะของการใส่เลนส์เสริมในลูกตา

เนื่องจากเป็นหัตถการภายในลูกตา ความเสี่ยงจึงต่างจากการทำเลเซอร์บนกระจกตา ประเด็นที่จักษุแพทย์จะอธิบายก่อนตัดสินใจ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงของความดันลูกตา ผลต่อเซลล์กระจกตาชั้นใน ความเป็นไปได้ที่ตำแหน่งเลนส์ต้องปรับหรือนำออก การเกิดต้อกระจกในภายหลัง และความเสี่ยงของการติดเชื้อภายในลูกตาซึ่งพบได้น้อยแต่รุนแรง การติดตามผลระยะยาวจึงเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลเสมอ

ความเสี่ยงและข้อจำกัดที่ควรทราบ

นอกจากความเสี่ยงเฉพาะข้างต้น ยังอาจพบแสงฟุ้งหรือวงแสงในเวลากลางคืน ค่าสายตาที่เหลืออยู่และอาจต้องแก้ไขเพิ่มเติม และ ICL ไม่ได้หยุดการเปลี่ยนแปลงของสายตาตามอายุ ผู้ที่เหมาะกับหัตถการนี้เป็นกลุ่มที่คัดเลือกจากการตรวจโดยละเอียดเท่านั้น

ขอบเขตการให้บริการ

การตรวจประเมินและการติดตามผลทำที่ YOUNIFY Clinic สีลม ส่วนหัตถการดำเนินการโดยทีมแพทย์ของเราเองที่โรงพยาบาลในเครือ ซึ่งมีห้องผ่าตัดและทีมวิสัญญีตามมาตรฐาน ทีมที่ประเมินคุณคือทีมเดียวกับที่ทำหัตถการและดูแลคุณต่อหลังทำ

คุณเหมาะกับหัตถการนี้หรือไม่

ICL (Implantable Collamer Lens) คือการใส่เลนส์เสริมเข้าไปภายในลูกตาเพื่อแก้ไขค่าสายตา โดยไม่ตัดหรือปรับเนื้อกระจกตา จึงเป็นทางเลือกที่จักษุแพทย์มักพิจารณาในผู้ที่มีค่าสายตาสั้นมาก หรือกระจกตาบาง/รูปร่างไม่เหมาะกับการทำเลเซอร์ หลายท่านที่มาปรึกษาเรื่องนี้ คือผู้ที่เคยได้รับแจ้งจากที่อื่นมาแล้วว่าทำเลสิกไม่ได้

ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับวิธีไหนส่งค่าสายตาปัจจุบันมาให้ทีมแพทย์ดูก่อนได้ เราจะบอกว่าควรนัดตรวจแบบใดปรึกษาทีมแพทย์

โดยทั่วไปเหมาะกับผู้ที่

  • ค่าสายตาสั้นมาก หรือเคยได้รับแจ้งว่าทำเลเซอร์ไม่ได้
  • กระจกตาบางหรือรูปร่างไม่เหมาะกับการปรับด้วยเลเซอร์
  • ค่าสายตาสั้นประมาณ 3.00–20.00 D ค่าสายตาคงที่ และยอมรับการติดตามผลระยะยาวได้ (ค่าตั้งต้นฉบับร่าง รอจักษุแพทย์ยืนยัน)

ยังไม่เหมาะกับผู้ที่

  • ค่าสายตายังเปลี่ยนแปลงอยู่ ยังไม่คงที่
  • มีภาวะตาแห้งรุนแรง ต้อหิน โรคจอประสาทตา หรือการอักเสบในตาที่ยังไม่ได้รับการดูแล
  • อยู่ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • มีโรคประจำตัวที่มีผลต่อการหายของแผล — แจ้งทีมแพทย์ก่อนเสมอ

ถ้าตรวจแล้วพบว่ายังไม่เหมาะ

เราจะอธิบายเหตุผลตรงไปตรงมา และเสนอทางเลือกอื่นที่เหมาะกับดวงตาของคุณ เช่น เปลี่ยนไปพิจารณาเลนส์เสริมแทนเลเซอร์ หรือดูแลภาวะที่พบก่อนแล้วค่อยประเมินใหม่

การบอกว่าอะไรทำไม่ได้ คือส่วนหนึ่งของการดูแลที่เราให้ความสำคัญพอ ๆ กับการทำหัตถการ

ขั้นตอนการดูแล

  1. ปรึกษาเบื้องต้นทาง LINE — เล่าค่าสายตา และหากเคยถูกแจ้งว่าทำเลเซอร์ไม่ได้ ให้แจ้งเหตุผลที่ได้รับมา
  2. ตรวจสุขภาพตาโดยละเอียด รวมถึงโครงสร้างภายในลูกตาที่จำเป็นต่อการพิจารณา ICL
  3. คุยกับจักษุแพทย์ — ดวงตาของคุณผ่านเกณฑ์ของ ICL หรือไม่ ความเสี่ยงเฉพาะ และค่าใช้จ่ายทั้งหมด
  4. วันทำหัตถการ — ตามแผนที่จักษุแพทย์กำหนด
  5. ติดตามผลระยะยาว — ตรวจตามนัดเพื่อดูตำแหน่งเลนส์ ความดันลูกตา และสุขภาพกระจกตา

ตารางราคา

หัตถการราคาไทยเริ่มต้น (฿)ราคาไทยเริ่มต้น (AUD)ราคามาตรฐานที่ออสเตรเลีย (AUD)
หัตถการด้านสายตา
PRK (สองข้าง)42,500A$1,848A$4,500
FemtoLASIK (สองข้าง)69,000A$3,000A$5,500
ReLEx SMILE (สองข้าง)75,000A$3,261A$7,000
ICL เลนส์เสริมในลูกตา (สองข้าง)160,000A$6,957A$14,000
ผ่าตัดต้อกระจก + เลนส์โมโนโฟกัส (ต่อข้าง)45,000A$1,957A$4,250
ผ่าตัดต้อกระจก + เลนส์มัลติโฟกัส/EDOF (ต่อข้าง)85,000A$3,696A$6,500
ผ่าตัดต้อกระจกด้วยเลเซอร์เฟมโตวินาที (ต่อข้าง)89,000A$3,870
สลายต้อกระจกด้วยคลื่นเสียง ไม่รวมเลนส์แก้วตาเทียม (ต่อข้าง)55,000A$2,391

* ราคาโดยประมาณเพื่อการอ้างอิง ราคาที่แน่นอนขึ้นกับการประเมินของแพทย์เป็นรายบุคคล ราคาในต่างประเทศเป็นค่าประมาณตลาดเพื่อเปรียบเทียบเท่านั้น กรุณาสอบถามทีมงานเพื่อรับใบเสนอราคา

จองปรึกษาแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

ICL ต่างจากเลสิกอย่างไรในภาพรวม

เลสิกปรับที่เนื้อกระจกตา ส่วน ICL ใส่เลนส์เสริมเข้าไปภายในลูกตาโดยไม่แตะกระจกตา จึงไม่ต้องอาศัยความหนาของกระจกตา แต่มีความเสี่ยงเฉพาะของหัตถการภายในลูกตาที่ต้องรับทราบก่อน

ทำแล้วเลนส์อยู่ในตาตลอดไปหรือไม่

เลนส์ออกแบบให้อยู่ในตาระยะยาว แต่สามารถนำออกได้ในทางทฤษฎีหากมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ การติดตามผลระยะยาวจึงจำเป็น

ราคาเท่าไร

เริ่มต้น 160,000 บาท (สองข้าง) เลนส์ชนิดโทริกที่แก้สายตาเอียงร่วมด้วยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มจากเลนส์มาตรฐาน ทีมจะแจ้งราคาที่แน่นอนหลังการประเมิน ราคาข้างต้นเป็นราคาเริ่มต้น อาจเปลี่ยนแปลงตามค่าสายตา สภาพดวงตา และแผนการดูแลของแต่ละบุคคล ทีมแพทย์จะประเมินและแจ้งค่าใช้จ่ายทั้งหมดก่อนเริ่มเสมอ

เคยถูกปฏิเสธจากที่อื่น จะทำที่นี่ได้แน่ไหม

ไม่แน่เสมอไป ICL มีเกณฑ์ของตัวเองที่ต้องผ่านเช่นกัน เราจะตรวจประเมินใหม่ทั้งหมดและบอกตรง ๆ หากดวงตาของคุณยังไม่เหมาะกับวิธีนี้

หลังทำต้องดูแลอย่างไร

ใช้ยาหยอดตาตามแพทย์สั่ง หลีกเลี่ยงการขยี้ตาและกิจกรรมเสี่ยงตามระยะที่แพทย์กำหนด และต้องมาตรวจติดตามตามนัดทุกครั้ง เพราะการติดตามระยะยาวเป็นส่วนสำคัญของหัตถการนี้

ทำ ICL แล้วยังเป็นต้อกระจกได้ไหม

ได้ ต้อกระจกเป็นการเปลี่ยนแปลงของเลนส์ตาธรรมชาติตามอายุ ซึ่งยังเกิดขึ้นได้ และเป็นหนึ่งในประเด็นที่จักษุแพทย์จะอธิบายก่อนตัดสินใจ

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ