ต้อกระจกคืออะไร อาการเริ่มต้นที่มักถูกมองข้าม สัญญาณที่ควรพบจักษุแพทย์ และทางเลือกเลนส์แก้วตาเทียมแต่ละแบบ พร้อมขั้นตอนและราคาเริ่มต้น ปรึกษาทีมแพทย์ YOUNIFY
สารบัญ
สรุปสำคัญ
- ต้อกระจกคือเลนส์แก้วตาธรรมชาติขุ่นลงตามวัย อาการช่วงแรกมักค่อยเป็นค่อยไป เช่น มองกลางคืนลำบาก แสงจ้ารบกวน สีดูซีดลง และต้องเปลี่ยนแว่นบ่อยขึ้น
- ยังไม่มียาหยอดตาหรือยารับประทานที่ทำให้เลนส์ที่ขุ่นแล้วกลับมาใส แนวทางที่มีหลักฐานรองรับคือการผ่าตัดเปลี่ยนเป็นเลนส์แก้วตาเทียม
- ไม่ต้องรอให้ต้อกระจกสุก จังหวะผ่าตัดพิจารณาจากผลกระทบต่อการใช้ชีวิตเป็นหลัก และการรอนานเกินไปอาจทำให้การผ่าตัดซับซ้อนขึ้นในบางกรณี
- การเลือกเลนส์คือการเลือกระยะที่อยากเห็นชัดโดยไม่ต้องใส่แว่น ไม่มีเลนส์ชนิดใดที่ให้ทุกอย่างพร้อมกันโดยไม่มีข้อแลกเปลี่ยน
- ราคาเริ่มต้น เลนส์โมโนโฟกัล เริ่มต้น 45,000 บาทต่อข้าง เลนส์มัลติโฟกัลหรือ EDOF เริ่มต้น 85,000 บาทต่อข้าง โทรถามได้ที่ 081-556-9696 หรือ LINE @younifyclinic
ต้อกระจกคืออะไร
ต้อกระจก อาการ ในระยะแรกมักไม่ชัดเจน จนหลายคนคิดว่าเป็นเรื่องปกติของอายุ เช่น มองตอนกลางคืนไม่ชัด ต้องเปลี่ยนแว่นบ่อยขึ้น หรือรู้สึกว่าสีดูซีดลง ความจริงคือต้อกระจกเป็นภาวะที่พบได้บ่อย และมีแนวทางดูแลที่ชัดเจน การเข้าใจสัญญาณตั้งแต่ต้นช่วยให้วางแผนได้ทัน ไม่ต้องรอจนกระทบการใช้ชีวิต
ต้อกระจก (cataract) คือภาวะที่เลนส์แก้วตาธรรมชาติซึ่งเดิมใสอยู่ เกิดการขุ่นมัวขึ้น แสงจึงผ่านเข้าไปยังจอประสาทตาได้น้อยลง ผลคือภาพที่เห็นมัวลง สีดูซีด และแสงจ้ารบกวนมากขึ้น เป็นการเปลี่ยนแปลงที่พบได้ตามวัย และเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ จนหลายคนไม่ทันสังเกต
เปรียบเทียบให้เห็นภาพคือ เลนส์แก้วตาทำหน้าที่เหมือนเลนส์ของกล้องถ่ายรูป เมื่อเลนส์ขุ่น ภาพที่ได้ก็มัวลง แม้ฟิล์มหรือจอประสาทตาจะยังปกติดี นี่เป็นเหตุผลที่การนำเลนส์แก้วตาที่ขุ่นออกและใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้าไปแทน จึงช่วยให้การมองเห็นดีขึ้นในผู้รับบริการส่วนใหญ่ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล และขึ้นกับสุขภาพของจอประสาทตาและเส้นประสาทตาของแต่ละคนด้วย
อาการเริ่มต้นที่มักถูกมองข้าม
อาการช่วงแรกของต้อกระจกมักค่อยเป็นค่อยไป และถูกเข้าใจว่าเป็นเรื่องของอายุหรือแว่นไม่พอดี สัญญาณที่พบบ่อยคือ การมองเห็นในที่แสงน้อยแย่ลง แสงไฟรบกวนมากขึ้น และค่าสายตาเปลี่ยนเร็วกว่าปกติ
- มองกลางคืนลำบากขึ้น โดยเฉพาะเวลาขับรถ เห็นแสงไฟหน้ารถแตกกระจาย หรือมีวงแสงรอบดวงไฟ
- แสงจ้ารบกวนมากขึ้น เดินออกกลางแดดแล้วรู้สึกพร่าจนต้องหรี่ตา
- สีดูซีดลงหรืออมเหลือง สังเกตได้ชัดเมื่อเทียบระหว่างตาสองข้าง
- ต้องเปลี่ยนแว่นบ่อยขึ้น เพราะค่าสายตาเปลี่ยนเร็วกว่าที่เคย
- บางรายอ่านหนังสือใกล้ได้ดีขึ้นชั่วคราว ซึ่งอาจดูเหมือนเรื่องดี แต่จริง ๆ เป็นผลจากค่าสายตาที่เปลี่ยนไป
- มองเห็นภาพซ้อนในตาข้างเดียว แม้ปิดตาอีกข้างแล้วก็ยังเห็นซ้อน
- ภาพมัวลงเรื่อย ๆ แม้ใส่แว่นที่วัดใหม่แล้วก็ยังมองไม่ชัด
อาการเหล่านี้ไม่ได้มาจากต้อกระจกเสมอไป บางคนตามัว ตาล้า หรือแสบตาจากสาเหตุอื่น เช่น ภาวะตาแห้งจากการใช้จอนาน ๆ ซึ่งมีแนวทางดูแลคนละแบบ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ตาแห้ง ตาล้าจากจอ ดูแลอย่างไร
วิธีสังเกตง่าย ๆ ที่บ้านคือ ลองปิดตาทีละข้างแล้วมองป้ายหรือนาฬิกาที่คุ้นเคย ถ้าตาข้างหนึ่งมัวกว่าอีกข้างอย่างชัดเจน ควรมาตรวจ ลูกหลานที่สังเกตว่าคุณพ่อคุณแม่เริ่มเลี่ยงการขับรถกลางคืน หรือเปิดไฟสว่างมากขึ้นกว่าเดิม ก็เป็นสัญญาณที่ควรพามาตรวจตาเช่นกัน
สัญญาณที่ควรพบจักษุแพทย์โดยเร็ว
อาการบางอย่างไม่ใช่ลักษณะทั่วไปของต้อกระจก และอาจบ่งชี้ภาวะอื่นที่ต้องได้รับการตรวจอย่างเร่งด่วน หากมีอาการเหล่านี้ ควรพบจักษุแพทย์ทันที โดยไม่ต้องรอนัด
- ตามัวลงอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วันหรือไม่กี่ชั่วโมง
- ปวดตามาก ตาแดง ร่วมกับคลื่นไส้อาเจียน
- เห็นแสงวาบ หรือมีจุดดำลอยจำนวนมากขึ้นอย่างฉับพลัน
- เห็นเหมือนมีม่านดำบังลานสายตาบางส่วน
- สูญเสียการมองเห็นบางส่วนหรือทั้งหมดอย่างเฉียบพลัน
ถ้าไม่แน่ใจว่าอาการเข้าข่ายหรือไม่ โทรถามได้ที่ 081-556-9696 ทุกวัน 11:00–20:00 หรือทัก LINE @younifyclinic ทีมงานจะช่วยประเมินเบื้องต้นว่าควรมาตรวจเร็วแค่ไหน
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือการเปลี่ยนแปลงของโปรตีนในเลนส์แก้วตาตามวัย แต่ยังมีปัจจัยอื่นที่เร่งให้เกิดเร็วขึ้น หรือเกิดในคนอายุน้อยกว่าปกติได้ การรู้ปัจจัยเหล่านี้ช่วยให้วางแผนตรวจตาได้เหมาะสม
- อายุที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหลัก
- โรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี
- การได้รับแสงแดดและรังสียูวีสะสมโดยไม่ป้องกัน
- การใช้ยาบางกลุ่มต่อเนื่อง โดยเฉพาะยาสเตียรอยด์ ภายใต้การดูแลของแพทย์
- การสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมาก
- การบาดเจ็บที่ดวงตา หรือการอักเสบภายในลูกตาในอดีต
- ประวัติการผ่าตัดภายในลูกตามาก่อน
การรักษา ทำไมยาหยอดจึงไม่ใช่คำตอบ
ปัจจุบันยังไม่มียาหยอดตาหรือยารับประทานใดที่ทำให้เลนส์แก้วตาที่ขุ่นแล้วกลับมาใสได้ แนวทางที่มีหลักฐานรองรับคือการผ่าตัดนำเลนส์ที่ขุ่นออก แล้วใส่เลนส์แก้วตาเทียมแทน ส่วนช่วงที่อาการยังน้อย การปรับแว่นและจัดแสงในบ้านให้เหมาะสมช่วยประคองการใช้ชีวิตได้ระยะหนึ่ง
จังหวะที่เหมาะสมในการผ่าตัด จึงไม่ได้วัดจากระดับความขุ่นอย่างเดียว แต่วัดจากว่าอาการรบกวนการใช้ชีวิตของคุณมากแค่ไหน เช่น ขับรถกลางคืนไม่ไหว อ่านหนังสือลำบาก หรือเสี่ยงต่อการหกล้ม การรอจนขุ่นมากเกินไปไม่ได้ทำให้ผลดีขึ้น และในบางกรณีอาจทำให้การผ่าตัดซับซ้อนกว่าเดิม การพูดคุยกับจักษุแพทย์ของเราตั้งแต่เริ่มมีอาการ จึงช่วยให้เลือกจังหวะได้เหมาะกับชีวิตของคุณ
การผ่าตัดต้อกระจกในปัจจุบันเป็นหัตถการแผลเล็ก โดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูงสลายเลนส์ที่ขุ่น แล้วดูดออกทางแผลขนาดเล็ก จากนั้นใส่เลนส์แก้วตาเทียมชนิดพับได้เข้าไปแทนที่ ทำภายใต้ยาชาเฉพาะที่ ผู้รับบริการรู้สึกตัวตลอด และโดยทั่วไปทำทีละข้าง มักกลับบ้านได้ในวันเดียว
การตรวจประเมิน วัดค่าเลนส์ และนัดติดตามผลทั้งหมด ทำที่คลินิกของเราบนถนนสีลม ส่วนการผ่าตัด ทีมแพทย์ของเราเป็นผู้ทำที่โรงพยาบาลพันธมิตร ด้วยเทคนิคและเครื่องมือที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ดูรายละเอียดได้ที่ ผ่าตัดต้อกระจกและเลนส์แก้วตาเทียม
ทางเลือกเลนส์แก้วตาเทียม
เลนส์แก้วตาเทียมไม่ได้มีแบบเดียว การเลือกเลนส์คือการเลือกระยะที่คุณอยากเห็นชัดโดยไม่ต้องใส่แว่น ไม่ใช่การเลือกว่าเลนส์ใดเหนือกว่ากัน เพราะแต่ละแบบมีข้อแลกเปลี่ยนของตัวเอง
| ชนิดเลนส์ | ให้ความชัดที่ระยะ | ต้องใช้แว่นเสริมหรือไม่ | ข้อควรทราบ | ราคาเริ่มต้น (ต่อข้าง) |
|---|---|---|---|---|
| โมโนโฟกัล (ระยะเดียว) | ชัดที่ระยะเดียวตามที่เลือก มักเลือกระยะไกล | มักต้องใช้แว่นสำหรับอ่านหนังสือ | ภาพคมชัด ปัญหาแสงกระจายน้อยกว่า เป็นทางเลือกพื้นฐานที่ใช้กันแพร่หลาย | เริ่มต้น 45,000 บาท |
| โมโนโฟกัลแบบแก้สายตาเอียง (toric) | ชัดที่ระยะเดียว พร้อมแก้สายตาเอียง | มักต้องใช้แว่นสำหรับอ่านหนังสือ | เหมาะกับผู้ที่มีสายตาเอียงชัดเจน ต้องวางแนวเลนส์ให้แม่นยำ | สูงกว่าเลนส์โมโนโฟกัลมาตรฐาน แจ้งราคาที่แน่นอนหลังการตรวจประเมิน |
| EDOF (ขยายช่วงความชัด) | ไกลถึงระยะกลางต่อเนื่อง | อ่านตัวหนังสือเล็กมากอาจยังต้องใช้แว่น | ลดปัญหาแสงกระจายเมื่อเทียบกับมัลติโฟกัล แต่ระยะใกล้มากอาจไม่เท่า | เริ่มต้น 85,000 บาท |
| มัลติโฟกัล (หลายระยะ) | ไกล กลาง และใกล้ | ลดการพึ่งพาแว่นได้มากที่สุดในกลุ่มนี้ | มีโอกาสเห็นวงแสงหรือแสงกระจายในที่มืดช่วงปรับตัว ต้องคัดเลือกผู้รับบริการอย่างระมัดระวัง | เริ่มต้น 85,000 บาท |
ราคาเลนส์แก้สายตาเอียง (toric) สูงกว่าเลนส์โมโนโฟกัลมาตรฐาน แต่ตัวเลขที่แน่นอนขึ้นกับค่าสายตาเอียงและรุ่นเลนส์ที่เหมาะกับดวงตาของคุณ เราจึงแจ้งราคาหลังการตรวจประเมิน ไม่ประกาศเป็นตัวเลขกลางไว้ล่วงหน้า
จุดที่อยากเน้นคือ ไม่มีเลนส์ชนิดใดที่ให้ทุกอย่างพร้อมกันโดยไม่มีข้อแลกเปลี่ยน เลนส์ที่ลดการพึ่งพาแว่นได้มาก มักแลกมาด้วยโอกาสเห็นวงแสงในที่มืดมากขึ้น ส่วนเลนส์ระยะเดียวให้ภาพคมชัดตรงไปตรงมา แต่ต้องใช้แว่นอ่านหนังสือ การเลือกจึงควรเริ่มจากไลฟ์สไตล์ เช่น ขับรถกลางคืนบ่อยไหม ทำงานกับหน้าจอมากแค่ไหน และรับได้กับการใส่แว่นอ่านหนังสือหรือไม่
เลนส์แก้วตาเทียมในการผ่าตัดต้อกระจก เป็นคนละเรื่องกับเลนส์เสริมที่ใส่เพิ่มเข้าไปโดยยังเก็บเลนส์แก้วตาธรรมชาติไว้ อย่าง ICL ซึ่งใช้กับผู้ที่สายตาสั้นมากและยังไม่มีต้อกระจก อ่านความต่างได้ที่ ทำความรู้จัก ICL
ใครเหมาะกับเลนส์แบบไหน
การเลือกเลนส์ต้องดู 2 ด้านพร้อมกัน คือความต้องการในการใช้ชีวิต และสุขภาพของดวงตาส่วนอื่น เพราะเลนส์หลายระยะต้องอาศัยจอประสาทตาและเส้นประสาทตาที่ทำงานได้ดี จึงจะให้ผลตามที่ออกแบบไว้
| ชนิดเลนส์ | มักเหมาะกับ |
|---|---|
| เลนส์ระยะเดียว (โมโนโฟกัล) | ผู้ที่รับได้กับการใส่แว่นอ่านหนังสือ และต้องการภาพคมชัดตรงไปตรงมา · ผู้ที่ขับรถกลางคืนบ่อยและกังวลเรื่องแสงกระจาย · ผู้ที่มีโรคของจอประสาทตาหรือเส้นประสาทตาร่วมด้วย · ผู้ที่ต้องการควบคุมค่าใช้จ่าย |
| เลนส์ EDOF หรือมัลติโฟกัล | ผู้ที่ต้องการลดการพึ่งพาแว่นในชีวิตประจำวัน · ผู้ที่ใช้ระยะกลางมาก เช่น ทำงานกับคอมพิวเตอร์ · ผู้ที่สุขภาพจอประสาทตาและเส้นประสาทตาปกติดี · ผู้ที่เข้าใจและยอมรับข้อแลกเปลี่ยนเรื่องแสงกระจายในช่วงปรับตัว |
ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ ไม่ต้องกังวล เรื่องนี้ตัดสินใจร่วมกับจักษุแพทย์หลังทราบผลตรวจได้ ลูกหลานที่มาด้วยสามารถนั่งฟังและช่วยถามได้ในห้องตรวจ
กรณีที่ควรประเมินเป็นพิเศษก่อนเลือกเลนส์หลายระยะ
บางภาวะทำให้เลนส์หลายระยะอาจไม่ให้ผลตามที่ออกแบบไว้ กรณีเหล่านี้เราจะตรวจละเอียดขึ้นก่อน และมักแนะนำให้พิจารณาเลนส์ระยะเดียวเป็นทางเลือกหลัก
- มีโรคจอประสาทตา เช่น จุดรับภาพเสื่อม หรือภาวะแทรกซ้อนทางตาจากเบาหวาน
- มีโรคต้อหินที่กระทบลานสายตา
- มีความผิดปกติของกระจกตาที่ทำให้คุณภาพภาพลดลง
- ทำงานที่ต้องใช้การมองในที่แสงน้อยเป็นหลัก เช่น ขับรถกลางคืนเป็นอาชีพ
- มีความคาดหวังว่าจะไม่ต้องใช้แว่นเลยในทุกสถานการณ์
การตรวจจอประสาทตาแบบขยายม่านตาก่อนตัดสินใจ จึงสำคัญมาก เพราะถ้าอาการมัวมาจากจอประสาทตา การเปลี่ยนเลนส์อย่างเดียวจะไม่ตอบโจทย์
ขั้นตอนเมื่อมาที่คลินิก
กระบวนการดูแลต้อกระจกแบ่งเป็น 4 ช่วงหลัก ช่วงที่สำคัญที่สุดคือการตรวจวัดค่าเลนส์ เพราะความแม่นยำของการวัด คือสิ่งที่กำหนดว่าหลังผ่าตัดคุณจะเห็นชัดที่ระยะใด
- ขั้นที่ 1 ตรวจประเมินสายตาและสุขภาพดวงตา — วัดค่าสายตา วัดความดันตา ตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ตรวจตา และตรวจจอประสาทตาแบบขยายม่านตา เพื่อยืนยันว่าอาการมัวมาจากต้อกระจกจริง ไม่ใช่จากจอประสาทตาหรือเส้นประสาทตา
- ขั้นที่ 2 วัดค่าเลนส์แก้วตาเทียมและเลือกชนิดเลนส์ — วัดความยาวลูกตาและความโค้งกระจกตาเพื่อคำนวณกำลังเลนส์ จากนั้นจักษุแพทย์ของเราจะคุยกับคุณเรื่องไลฟ์สไตล์และความคาดหวัง เพื่อเลือกชนิดเลนส์ร่วมกัน
- ขั้นที่ 3 วันผ่าตัด — ใช้ยาชาเฉพาะที่ ผู้รับบริการรู้สึกตัวตลอด ใช้เวลาไม่นานต่อข้าง หลังผ่าตัดพักสังเกตอาการแล้วมักกลับบ้านได้ในวันเดียว ควรมีผู้ติดตามมารับกลับ โดยทั่วไปผ่าตัดทีละข้างและเว้นระยะก่อนทำอีกข้าง
- ขั้นที่ 4 นัดติดตามผล — ตรวจในวันถัดไปและตามรอบที่กำหนด เพื่อดูการอักเสบ ความดันตา และความคมชัด รวมถึงวัดแว่นใหม่เมื่อค่าสายตานิ่งแล้ว
ขั้นที่ 1 ขั้นที่ 2 และขั้นที่ 4 ทำที่คลินิกของเราบนถนนสีลม ส่วนขั้นที่ 3 คือวันผ่าตัด ทีมแพทย์ของเราเป็นผู้ทำที่โรงพยาบาลพันธมิตร โดยทีมเดิมที่ตรวจและวางแผนให้คุณตั้งแต่ต้น
การเตรียมตัวก่อนวันผ่าตัด
การเตรียมตัวส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการควบคุมโรคประจำตัวให้ดี และการจัดการยาที่ใช้อยู่ ทำตามรายการสั้น ๆ นี้ก็เพียงพอ
- แจ้งยาประจำตัวทั้งหมด โดยเฉพาะยาต้านการแข็งตัวของเลือด และยากลุ่มที่มีผลต่อม่านตา ห้ามหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์
- ควบคุมความดันโลหิตและระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์
- หยอดยาเตรียมก่อนผ่าตัดตามที่ทีมแพทย์สั่ง
- งดแต่งหน้าบริเวณดวงตาในวันผ่าตัด และเตรียมผู้ติดตามมารับกลับ
ถ้าท่านมาคนเดียวไม่สะดวก โทรแจ้งล่วงหน้าได้ที่ 081-556-9696 หรือ LINE @younifyclinic เพื่อให้เราช่วยจัดตารางนัดให้เหมาะกับผู้ที่มารับกลับ
การดูแลหลังผ่าตัด
หลักสำคัญมี 3 ข้อ คือ หยอดยาให้ครบ ไม่ขยี้ตา และเลี่ยงสิ่งที่อาจทำให้ติดเชื้อในช่วงแรก
- หยอดยาตามตารางอย่างครบถ้วนตลอดระยะที่กำหนด
- ห้ามขยี้ตาหรือกดทับตา ใส่ที่ครอบตาตอนนอนตามคำแนะนำ
- เลี่ยงน้ำเข้าตา งดว่ายน้ำ ซาวน่า และการก้มยกของหนักในช่วงแรก
- ใส่แว่นกันแดดเมื่อออกกลางแจ้ง
- ติดต่อคลินิกทันที หากปวดตามากขึ้น ตาแดงมากขึ้น มองเห็นแย่ลง เห็นแสงวาบ หรือมีจุดดำลอยเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน
การมองเห็นมักคมชัดขึ้นภายในไม่กี่วันในผู้รับบริการส่วนใหญ่ แต่การปรับตัวเต็มที่และการวัดแว่นใหม่ มักรอจนค่าสายตานิ่ง การผ่าตัดช่วยให้การมองเห็นดีขึ้นในผู้รับบริการส่วนใหญ่ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
เบอร์ที่ติดต่อได้เร็วที่สุดคือ 081-556-9696 ทุกวัน 11:00–20:00 หรือทัก LINE @younifyclinic ถ้ามีอาการที่กังวล อย่ารอถึงวันนัด
ราคาผ่าตัดต้อกระจก
ในตลาดไทยปี 2026 การผ่าตัดต้อกระจกพร้อมเลนส์โมโนโฟกัล เริ่มต้น 45,000 บาทต่อข้าง และเลนส์มัลติโฟกัลหรือ EDOF เริ่มต้น 85,000 บาทต่อข้าง ราคาต่างกันตามชนิดเลนส์เป็นหลัก ส่วนค่าตรวจประเมินและการติดตามผล ควรถามให้ชัดว่ารวมอยู่หรือไม่
เลนส์แก้สายตาเอียง (toric) มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าเลนส์โมโนโฟกัลมาตรฐาน ตัวเลขที่แน่นอนแจ้งได้หลังการตรวจประเมิน เพราะขึ้นกับค่าสายตาเอียงและรุ่นเลนส์ที่เหมาะกับดวงตาของคุณ
ข้อสังเกตเวลาเทียบราคากับที่อื่น ราคาผ่าตัดต้อกระจกคิดเป็นรายข้าง ต่างจากการผ่าตัดแก้ไขสายตาด้วยเลเซอร์ที่มักประกาศเป็นราคาสองข้าง ดูตารางเทียบราคาการแก้ไขสายตาแบบอื่นได้ที่ เลสิกราคาเท่าไหร่ 2026
ผู้ที่มีสิทธิการรักษาหรือประกันสุขภาพ ควรตรวจสอบเงื่อนไขความคุ้มครองล่วงหน้า เพราะเงื่อนไขของเลนส์แต่ละชนิดอาจต่างกัน สอบถามรายละเอียดที่เป็นปัจจุบันได้ที่ 081-556-9696 หรือ LINE @younifyclinic
ขั้นตอนต่อไป นัดตรวจตาเพื่อหาคำตอบ
สงสัยว่าอาการตามัวของคุณใช่ต้อกระจกหรือไม่ การตรวจตาแบบขยายม่านตาจะบอกได้ว่าอาการมาจากต้อกระจกจริง หรือมาจากส่วนอื่นของดวงตาที่ต้องดูแลต่างออกไป
ที่คลินิกของเราบนถนนสีลม เราตรวจประเมิน วัดค่าเลนส์ และดูแลนัดติดตามผลให้ทุกครั้ง ส่วนการผ่าตัด ทีมแพทย์ของเราเป็นผู้ทำที่โรงพยาบาลพันธมิตร
นัดหมายได้ 2 ทาง โทร 081-556-9696 ทุกวัน 11:00–20:00 หรือทัก LINE @younifyclinic ถ้าท่านกำลังหาข้อมูลให้คุณพ่อคุณแม่ โทรมาคุยกับเราก่อนได้
ที่อยู่ ชั้น 2 ห้อง 214, อาคารยูไนเต็ด เซ็นเตอร์ เลขที่ 323 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500 · BTS ศาลาแดง เดิน 5 นาที
ดูรายละเอียดบริการ ขั้นตอน และราคาเริ่มต้นทั้งหมดได้ที่ ผ่าตัดต้อกระจกและเลนส์แก้วตาเทียม
คำถามที่พบบ่อย
ต้อกระจกกับต้อหินต่างกันอย่างไร
ต้อกระจกคือเลนส์แก้วตาขุ่น ทำให้ภาพมัวลงและมักค่อยเป็นค่อยไป ส่วนต้อหินเป็นภาวะที่เส้นประสาทตาถูกทำลาย มักกระทบลานสายตาด้านข้างก่อนโดยไม่มีอาการเตือนชัดเจน ทั้งสองภาวะต่างกัน และอาจพบร่วมกันได้ จึงต้องตรวจเพื่อแยก
ต้อกระจกต้องรอให้สุกก่อนผ่าตัดไหม
ไม่จำเป็น แนวคิดเรื่องรอให้สุกเป็นความเข้าใจจากอดีต ปัจจุบันพิจารณาจากผลกระทบต่อการใช้ชีวิตเป็นหลัก และการรอนานเกินไปอาจทำให้การผ่าตัดซับซ้อนขึ้นในบางกรณี
มียาหยอดตาที่รักษาต้อกระจกได้ไหม
ยังไม่มียาหยอดหรือยารับประทานที่ทำให้เลนส์ที่ขุ่นแล้วกลับมาใส แนวทางที่มีหลักฐานรองรับคือการผ่าตัดเปลี่ยนเป็นเลนส์แก้วตาเทียม
เลนส์มัลติโฟกัลกับโมโนโฟกัล ควรเลือกแบบไหน
ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์และสุขภาพดวงตาส่วนอื่น เลนส์หลายระยะช่วยลดการพึ่งพาแว่น แต่มีโอกาสเห็นวงแสงในที่มืดมากกว่า ส่วนเลนส์ระยะเดียวให้ภาพคมชัดตรงไปตรงมา แต่มักต้องใช้แว่นอ่านหนังสือ ควรตัดสินใจร่วมกับจักษุแพทย์หลังทราบผลตรวจ
ผ่าตัดต้อกระจกแล้วกลับมาเป็นซ้ำได้ไหม
เลนส์แก้วตาเทียมไม่กลับมาขุ่นแบบต้อกระจกเดิม แต่บางรายอาจเกิดการขุ่นของเยื่อหุ้มเลนส์ด้านหลังในภายหลัง ซึ่งมีแนวทางดูแลด้วยหัตถการที่ใช้เวลาไม่นาน ควรมาตรวจตามนัดเพื่อประเมิน
ผ่าตัดสองข้างพร้อมกันได้ไหม
โดยทั่วไปนิยมผ่าตัดทีละข้างและเว้นระยะก่อนทำอีกข้าง เพื่อประเมินผลและความปลอดภัย ระยะห่างที่เหมาะสมพิจารณาเป็นรายบุคคลโดยทีมแพทย์ สอบถามได้ที่ 081-556-9696 หรือ LINE @younifyclinic
แหล่งอ้างอิง
หมายเหตุทางการแพทย์
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่แทนการตรวจ วินิจฉัย หรือรักษาโดยแพทย์ หากมีอาการรุนแรง อาการเปลี่ยนเร็ว หรือมีภาวะฉุกเฉิน ควรพบแพทย์ทันที
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ
อยากรู้ว่าแผนดูแลแบบไหนเหมาะกับคุณ?
ส่งรายละเอียดอาการ ประวัติสุขภาพ ยาหรือหัตถการที่เคยทำ และเป้าหมายที่ต้องการ ทีมงานจะช่วยนัดหมายเพื่อประเมินกับแพทย์
ปรึกษาอาการกับ YOUNIFY Clinic