ผ่าตัดต้อกระจก — เปลี่ยนเลนส์ตาที่ขุ่น

ผ่าตัดต้อกระจก — เปลี่ยนเลนส์ตาที่ขุ่น

ต้อกระจก

ดูแลภาวะต้อกระจกที่ทำให้ตามัวลง ด้วยการเปลี่ยนเลนส์ตาที่ขุ่นเป็นเลนส์แก้วตาเทียม ราคาเริ่มต้น 45,000 บาทต่อข้าง โทรสอบถาม 081-556-9696

ภาพรวม

ต้อกระจกคือภาวะที่เลนส์ตาธรรมชาติขุ่นลงตามอายุ ทำให้มองเห็นไม่ชัด เหมือนมองผ่านกระจกฝ้า การรักษาคือการนำเลนส์ที่ขุ่นออก แล้วใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้าไปแทน วิธีนี้ช่วยให้การมองเห็นดีขึ้นในผู้รับบริการส่วนใหญ่ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลและสภาพดวงตาเดิม

รายละเอียดที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

อาการที่ควรมาตรวจ

มองเห็นมัวลงเรื่อย ๆ ทั้งที่เปลี่ยนแว่นแล้วก็ยังไม่ชัด · เห็นแสงไฟแตกกระจายหรือแสบตาเวลาขับรถกลางคืน · สีดูซีดลงหรือเหลืองขึ้นกว่าเดิม · ต้องใช้แสงสว่างมากขึ้นเวลาอ่านหนังสือ · เห็นภาพซ้อนในตาข้างเดียว หากมีอาการเหล่านี้ ควรมาตรวจเพื่อดูว่าเป็นต้อกระจกหรือมีสาเหตุอื่นร่วมด้วย

เลนส์แก้วตาเทียมมีกี่แบบ เลือกอย่างไร

เลนส์โมโนโฟกัส ให้การมองเห็นชัดที่ระยะเดียวเป็นหลัก ส่วนใหญ่ยังต้องใช้แว่นอ่านหนังสือ ราคาเริ่มต้น 45,000 บาทต่อข้าง · เลนส์มัลติโฟกัสหรือ EDOF ออกแบบให้เห็นได้หลายระยะมากขึ้น แต่บางท่านอาจเห็นแสงฟุ้งหรือวงแสงตอนกลางคืนมากกว่า ราคาเริ่มต้น 85,000 บาทต่อข้าง · เลนส์โทริก ใช้ในผู้ที่มีสายตาเอียงร่วมด้วย มีค่าใช้จ่ายเพิ่มจากเลนส์มาตรฐาน แจ้งราคาที่แน่นอนหลังประเมิน การเลือกเลนส์ขึ้นกับสภาพดวงตา ลักษณะการใช้ชีวิต และสิ่งที่คุณให้ความสำคัญ จักษุแพทย์จะอธิบายข้อแลกเปลี่ยนของแต่ละแบบให้ฟังก่อนตัดสินใจ

ขั้นตอนและการดูแลหลังผ่าตัด

ก่อนผ่าตัด จะมีการวัดค่าตาอย่างละเอียดเพื่อคำนวณกำลังเลนส์ที่จะใส่ · หลังผ่าตัด ต้องใช้ยาหยอดตาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ห้ามขยี้ตา และเลี่ยงฝุ่น น้ำเข้าตา รวมถึงการยกของหนักตามระยะที่แพทย์กำหนด · ต้องมาตรวจตามนัดทุกครั้ง หากมีอาการปวดตามาก ตามัวลงกะทันหัน หรือตาแดงมากขึ้น ให้ติดต่อกลับทันที

สิทธิการรักษาและประกัน

ประกันสุขภาพเอกชนหลายฉบับให้ความคุ้มครองการผ่าตัดต้อกระจกเมื่อมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ โดยมักต้องขออนุมัติล่วงหน้าและใช้เอกสารรับรองจากแพทย์ ส่วนส่วนต่างของเลนส์ระดับพรีเมียม (มัลติโฟกัส/EDOF/โทริก) โดยทั่วไปผู้รับบริการรับผิดชอบเอง (ค่าตั้งต้นฉบับร่าง รอจักษุแพทย์ยืนยัน) สิทธิบัตรทองและประกันสังคมใช้ที่สถานพยาบาลตามสิทธิเป็นหลัก ไม่ครอบคลุมการรับบริการที่คลินิกเอกชน กรุณาโทร 081-556-9696 เพื่อให้ทีมช่วยตรวจสอบสิทธิของคุณเป็นรายกรณี

ความเสี่ยงและข้อจำกัดที่ควรทราบ

การผ่าตัดต้อกระจกเป็นหัตถการภายในลูกตา จึงมีความเสี่ยง เช่น การอักเสบ ความดันลูกตาเปลี่ยนแปลง อาการบวมของกระจกตา และการติดเชื้อภายในลูกตาซึ่งพบได้น้อยแต่รุนแรง บางท่านยังต้องใช้แว่นหลังผ่าตัดขึ้นกับชนิดเลนส์ที่เลือก และหากมีโรคของจอประสาทตาหรือเส้นประสาทตาอยู่เดิม การมองเห็นหลังผ่าตัดอาจดีขึ้นได้ไม่เต็มที่ จักษุแพทย์จะอธิบายกรณีของคุณโดยตรงก่อนตัดสินใจ

ขอบเขตการให้บริการ

การตรวจประเมินและการติดตามผลทำที่ YOUNIFY Clinic สีลม ส่วนหัตถการดำเนินการโดยทีมแพทย์ของเราเองที่โรงพยาบาลในเครือ ซึ่งมีห้องผ่าตัดและทีมวิสัญญีตามมาตรฐาน ทีมที่ประเมินคุณคือทีมเดียวกับที่ทำหัตถการและดูแลคุณต่อหลังทำ

คุณเหมาะกับหัตถการนี้หรือไม่

ต้อกระจกคือภาวะที่เลนส์ตาธรรมชาติขุ่นลงตามอายุ ทำให้มองเห็นไม่ชัด เหมือนมองผ่านกระจกฝ้า การรักษาคือการนำเลนส์ที่ขุ่นออก แล้วใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้าไปแทน วิธีนี้ช่วยให้การมองเห็นดีขึ้นในผู้รับบริการส่วนใหญ่ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลและสภาพดวงตาเดิม

ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับวิธีไหนส่งค่าสายตาปัจจุบันมาให้ทีมแพทย์ดูก่อนได้ เราจะบอกว่าควรนัดตรวจแบบใดปรึกษาทีมแพทย์

โดยทั่วไปเหมาะกับผู้ที่

  • ตามัวลงจนกระทบการขับรถ อ่านหนังสือ หรือการใช้ชีวิตประจำวัน
  • เปลี่ยนแว่นแล้วยังมองไม่ชัดเหมือนเดิม
  • ได้รับแจ้งจากการตรวจว่ามีต้อกระจกและต้องการฟังทางเลือก

ยังไม่เหมาะกับผู้ที่

  • ค่าสายตายังเปลี่ยนแปลงอยู่ ยังไม่คงที่
  • มีภาวะตาแห้งรุนแรง ต้อหิน โรคจอประสาทตา หรือการอักเสบในตาที่ยังไม่ได้รับการดูแล
  • อยู่ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • มีโรคประจำตัวที่มีผลต่อการหายของแผล — แจ้งทีมแพทย์ก่อนเสมอ

ถ้าตรวจแล้วพบว่ายังไม่เหมาะ

เราจะอธิบายเหตุผลตรงไปตรงมา และเสนอทางเลือกอื่นที่เหมาะกับดวงตาของคุณ เช่น เปลี่ยนไปพิจารณาเลนส์เสริมแทนเลเซอร์ หรือดูแลภาวะที่พบก่อนแล้วค่อยประเมินใหม่

การบอกว่าอะไรทำไม่ได้ คือส่วนหนึ่งของการดูแลที่เราให้ความสำคัญพอ ๆ กับการทำหัตถการ

ขั้นตอนการดูแล

  1. โทรสอบถามหรือทัก LINE — เล่าอาการที่พบและโรคประจำตัว
  2. ตรวจตาโดยละเอียด — ยืนยันว่าเป็นต้อกระจก และวัดค่าตาเพื่อคำนวณกำลังเลนส์
  3. คุยกับจักษุแพทย์ — เลือกชนิดเลนส์ที่เหมาะกับดวงตาและการใช้ชีวิต พร้อมค่าใช้จ่ายทั้งหมด
  4. วันผ่าตัด — ตามแผนที่จักษุแพทย์กำหนด และมีผู้ดูแลพากลับ
  5. ติดตามผล — ตรวจตามนัดเพื่อดูการฟื้นตัว และวัดแว่นใหม่เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม

ตารางราคา

หัตถการราคาไทยเริ่มต้น (฿)ราคาไทยเริ่มต้น (AUD)ราคามาตรฐานที่ออสเตรเลีย (AUD)
หัตถการด้านสายตา
PRK (สองข้าง)42,500A$1,848A$4,500
FemtoLASIK (สองข้าง)69,000A$3,000A$5,500
ReLEx SMILE (สองข้าง)75,000A$3,261A$7,000
ICL เลนส์เสริมในลูกตา (สองข้าง)160,000A$6,957A$14,000
ผ่าตัดต้อกระจก + เลนส์โมโนโฟกัส (ต่อข้าง)45,000A$1,957A$4,250
ผ่าตัดต้อกระจก + เลนส์มัลติโฟกัส/EDOF (ต่อข้าง)85,000A$3,696A$6,500
ผ่าตัดต้อกระจกด้วยเลเซอร์เฟมโตวินาที (ต่อข้าง)89,000A$3,870
สลายต้อกระจกด้วยคลื่นเสียง ไม่รวมเลนส์แก้วตาเทียม (ต่อข้าง)55,000A$2,391

* ราคาโดยประมาณเพื่อการอ้างอิง ราคาที่แน่นอนขึ้นกับการประเมินของแพทย์เป็นรายบุคคล ราคาในต่างประเทศเป็นค่าประมาณตลาดเพื่อเปรียบเทียบเท่านั้น กรุณาสอบถามทีมงานเพื่อรับใบเสนอราคา

จองปรึกษาแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

ต้องรอให้ต้อกระจก 'สุก' ก่อนไหม

แนวทางปัจจุบันพิจารณาจากผลกระทบต่อการใช้ชีวิตเป็นหลัก ไม่จำเป็นต้องรอให้ขุ่นมากที่สุดก่อน จักษุแพทย์จะประเมินร่วมกับคุณว่าถึงเวลาที่เหมาะสมหรือยัง

ผ่าตัดแล้วจะกลับมามองเห็นชัดเหมือนเดิมไหม

การผ่าตัดช่วยให้การมองเห็นดีขึ้นในผู้รับบริการส่วนใหญ่ แต่ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลและสภาพดวงตาเดิม หากมีโรคของจอประสาทตาหรือเส้นประสาทตาร่วมด้วย การมองเห็นอาจดีขึ้นได้ไม่เต็มที่

หลังผ่าตัดยังต้องใส่แว่นไหม

ขึ้นกับชนิดเลนส์ที่เลือก ผู้ที่ใช้เลนส์โมโนโฟกัสส่วนใหญ่ยังต้องใช้แว่นอ่านหนังสือ ส่วนเลนส์มัลติโฟกัส/EDOF ออกแบบให้พึ่งแว่นน้อยลง แต่มีข้อแลกเปลี่ยนเรื่องแสงฟุ้งในเวลากลางคืน

ทำสองข้างพร้อมกันได้ไหม

โดยทั่วไปมักทำทีละข้างและเว้นระยะ เพื่อประเมินการฟื้นตัวก่อน จักษุแพทย์จะแจ้งแผนที่เหมาะกับคุณ

ราคาเท่าไร

เริ่มต้น 45,000 บาทต่อข้าง สำหรับเลนส์โมโนโฟกัส และเริ่มต้น 85,000 บาทต่อข้าง สำหรับเลนส์มัลติโฟกัส/EDOF ราคาข้างต้นเป็นราคาเริ่มต้น อาจเปลี่ยนแปลงตามค่าสายตา สภาพดวงตา และแผนการดูแลของแต่ละบุคคล ทีมแพทย์จะประเมินและแจ้งค่าใช้จ่ายทั้งหมดก่อนเริ่มเสมอ

ผู้สูงอายุมีโรคประจำตัว ผ่าตัดได้ไหม

ต้องประเมินเป็นรายบุคคล กรุณาแจ้งโรคประจำตัวและยาที่ใช้อยู่ทั้งหมด โดยเฉพาะยาต้านการแข็งตัวของเลือด เพื่อให้ทีมแพทย์วางแผนได้อย่างปลอดภัย

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ