ดูดไขมัน VASER กับแบบมาตรฐาน ต่างกันอย่างไร และแบบไหนเหมาะกับเรา

ดูดไขมัน VASER ต่างจากการดูดไขมันแบบมาตรฐานตรงที่ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงช่วยสลายไขมันก่อนดูดออก ส่วน BodyJet ใช้แรงน้ำช่วยแยกชั้นไขมัน ทั้งหมดมีเป้าหมายเดียวกันคือปรับรูปร่างเฉพาะจุด ไม่ใช่การลดน้ำหนัก ที่ YOUNIFY Clinic ทั้ง VASER และ BodyJet ราคาเริ่มต้นจุดละ 59,000 บาท (เป็นราคาต่อจุด ไม่ใช่ราคาทั้งเคส) บทความนี้ทีมแพทย์อธิบายความต่างจริง ๆ ของแต่ละเทคนิค และคำถามที่สำคัญกว่า คือเราควรดูดไขมัน หรือควรลดน้ำหนักก่อน

เทคนิคดูดไขมันต่างกันอย่างไร

การดูดไขมันแบบมาตรฐานใช้ท่อขนาดเล็กสอดผ่านแผลจิ๋วแล้วดูดไขมันออกโดยตรง เป็นวิธีพื้นฐานที่ใช้ได้ผลกับไขมันชั้นลึกทั่วไป

VASER เพิ่มขั้นตอนปล่อยคลื่นเสียงความถี่สูงเข้าไปสลายเซลล์ไขมันให้หลุดจากเนื้อเยื่อรอบข้างก่อน จึงมักถูกเลือกใช้ในบริเวณที่ไขมันแน่นหรือมีพังผืด เช่น หลัง เอวด้านข้าง หน้าอกผู้ชาย และในงานเก็บรายละเอียดใกล้ชั้นผิว

BodyJet ใช้แรงดันน้ำช่วยแยกไขมันออกอย่างนุ่มนวล เป็นอีกทางเลือกที่แพทย์พิจารณาตามลักษณะเนื้อเยื่อและบริเวณที่ทำ

ในทางปฏิบัติ เทคนิคไหนเหมาะกว่าไม่ได้ขึ้นกับชื่อเครื่อง แต่ขึ้นกับบริเวณที่ทำ ลักษณะไขมันและผิวหนังของแต่ละคน และประสบการณ์ของแพทย์ผู้ทำ ที่ YOUNIFY ทั้งสองเทคนิคราคาเท่ากัน การเลือกจึงเป็นการตัดสินใจทางการแพทย์ล้วน ๆ ไม่ใช่การอัปเซล

ราคาดูดไขมันที่ YOUNIFY Clinic

รายการราคาเริ่มต้น (บาท)
ดูดไขมัน VASER (Vaser Liposuction)ต่อจุด 59,000
ดูดไขมัน BodyJet (Body Jet Liposuction)ต่อจุด 59,000
สลายไขมันเฉพาะส่วน (Fat Reduction)ต่อจุด 59,000
ตัดหน้าท้อง + ดูดไขมัน (Abdominoplasty + Liposuction)219,000
BODYtite จุดเล็ก เช่น คาง กราม แขน (คลื่นวิทยุช่วยกระชับผิว - ไม่ใช่เทคนิคดูดไขมันโดยตรง)ต่อจุด 49,000
BODYtite จุดกลาง เช่น หน้าท้อง สีข้างต่อจุด 59,000
BODYtite ร่วมกับดูดไขมันต่อจุด 59,000
Renuvion กระชับผิว (เสริมกับการดูดไขมันเท่านั้น)ต่อจุด 25,000

"จุด" หมายถึงบริเวณ เช่น หน้าท้องส่วนบน หน้าท้องส่วนล่าง เอวข้างละหนึ่งจุด ราคาข้างต้นเป็น ราคาต่อจุด ไม่ใช่ราคาทั้งเคส แพทย์จะระบุจำนวนจุดที่เหมาะสมและออกใบเสนอราคารวมให้ในขั้นปรึกษา

ดูดไขมันไม่ใช่การลดน้ำหนัก - แล้วเมื่อไหร่ควรทำอะไร

เซลล์ไขมันที่ถูกนำออกจะไม่สร้างขึ้นใหม่ในตำแหน่งเดิม แต่เซลล์ที่เหลืออยู่ยังขยายขนาดได้ถ้าน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น การดูดไขมันจึงเหมาะกับผู้ที่น้ำหนักใกล้เกณฑ์และคงที่ แต่มีไขมันสะสมเฉพาะจุดที่ออกกำลังกายและคุมอาหารแล้วไม่ตอบสนอง

ถ้าเป้าหมายคือการลดน้ำหนักโดยรวมหรือมีภาวะน้ำหนักเกินมาก การรักษาที่ตรงกว่าคือโปรแกรมลดน้ำหนักทางการแพทย์ เช่น การเย็บกระเพาะผ่านกล้อง (ESG) ซึ่งโดยทั่วไปลดได้ประมาณ 15-20% ของน้ำหนักตัวใน 1 ปี ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล หรือการใช้ยากลุ่ม GLP-1 ภายใต้การดูแลของแพทย์ แล้วจึงพิจารณาปรับรูปร่างเฉพาะจุดภายหลังเมื่อน้ำหนักคงที่ อ่านเพิ่มเติมได้ที่หน้า โปรแกรมลดน้ำหนักและสุขภาพเมตาบอลิก

พักฟื้นอย่างไร

หลังทำผู้รับบริการส่วนใหญ่กลับบ้านได้ในวันเดียว ใส่ชุดกระชับต่อเนื่องประมาณ 4-6 สัปดาห์ตามคำแนะนำแพทย์ อาการบวมช้ำมากในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกแล้วค่อย ๆ ยุบ งานนั่งโต๊ะกลับไปทำได้ในไม่กี่วัน รูปร่างสุดท้ายจะเห็นชัดเมื่อบวมยุบเต็มที่ในช่วง 3-6 เดือน ระยะเวลาแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

ความเสี่ยงที่ควรรู้

ความเสี่ยงของการดูดไขมัน ได้แก่ ผิวไม่เรียบหรือเป็นคลื่น การคั่งของน้ำเหลือง (seroma) อาการชาชั่วคราวบริเวณที่ทำ การติดเชื้อ และความเสี่ยงจากการดูดปริมาณมากในครั้งเดียว แพทย์จึงจำกัดปริมาณต่อครั้งตามมาตรฐานความปลอดภัย เทคนิคที่ใช้พลังงานอย่าง VASER มีความเสี่ยงเรื่องความร้อนต่อผิวหนังเพิ่มเติม ซึ่งแพทย์ป้องกันด้วยเทคนิคมาตรฐาน ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ไม่ควรเข้ารับการดูดไขมัน ควรรอหลังคลอดและน้ำหนักคงที่ก่อน ส่วนผู้ที่มีโรคหัวใจหรือภาวะเลือดออกผิดปกติ ควรได้รับการประเมินอย่างละเอียดก่อน

คำถามที่พบบ่อย

VASER ดีกว่าแบบมาตรฐานไหม

ไม่มีเทคนิคใดดีกว่าในทุกกรณี VASER มีข้อได้เปรียบในบริเวณไขมันแน่นหรือมีพังผืด ส่วนบริเวณทั่วไปหลายจุดเทคนิคมาตรฐานให้ผลใกล้เคียงกัน แพทย์จะเลือกตามเนื้อเยื่อจริงของแต่ละคน

ดูดไขมันแล้วน้ำหนักลดเยอะไหม

ไม่มาก เพราะเป้าหมายคือรูปทรง ไม่ใช่ตัวเลขน้ำหนัก ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักมากควรปรึกษาโปรแกรมลดน้ำหนักทางการแพทย์ก่อน

ไขมันกลับมาไหม

เซลล์ที่นำออกไม่กลับมาในตำแหน่งเดิม แต่ถ้าน้ำหนักตัวเพิ่ม ไขมันส่วนอื่นยังขยายได้ การคุมน้ำหนักหลังทำจึงสำคัญ

ทำหลายจุดพร้อมกันได้ไหม

ได้ในขอบเขตที่ปลอดภัยต่อครั้ง แพทย์จะประเมินปริมาณรวมและอาจแนะนำแบ่งทำหากจำเป็น

ดูบริการทั้งหมด: ศัลยกรรมหน้าอกและรูปร่าง - บทความเกี่ยวข้อง: เสริมจมูก ราคาและวัสดุ - เสริมหน้าอก พักฟื้นกี่วัน

สอบถาม/ประเมินเบื้องต้นทาง LINE @younifyclinic - https://lin.ee/5MIGher

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ