ก้อนไทรอยด์ต้องผ่าตัดไหม รวมข้อบ่งชี้ที่ควรผ่าตัดจริง ๆ กรณีที่ยังไม่ต้องผ่า ทางเลือกสำหรับก้อนไม่ใช่มะเร็งที่มีอาการ และสิ่งที่ต้องแลกจากการผ่าตัด
สารบัญ
สรุปสำคัญ
- ก้อนไทรอยด์พบได้บ่อยมาก อัลตราซาวด์เจอก้อนได้ในผู้ใหญ่ราวครึ่งหนึ่ง แต่มีเพียงประมาณ 5% เท่านั้นที่กลายเป็นมะเร็ง ดังนั้นการเจอก้อนจึงไม่ได้แปลว่าต้องขึ้นเตียงผ่าตัด
- การผ่าตัดมีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนอยู่จริง ได้แก่ ยืนยันหรือสงสัยสูงว่าเป็นมะเร็ง ก้อนใหญ่จนกดหลอดลมหรือหลอดอาหาร ก้อนที่ยื่นลงไปหลังกระดูกหน้าอก และก้อนที่ผลิตฮอร์โมนเกินบางชนิด ในกลุ่มนี้การผ่าตัดคือคำตอบที่ถูกต้อง
- ถ้าก้อนเล็ก ไม่มีอาการ และผลเจาะตรวจยืนยันว่าไม่ใช่มะเร็ง การนัดติดตามด้วยอัลตราซาวด์เป็นแนวทางที่มีหลักฐานรองรับ ไม่ใช่การปล่อยปละละเลย
- การผ่าตัดมีต้นทุนที่ต้องรับไว้ด้วย ทั้งแผลเป็นที่คอ การดมยาสลบ และโอกาสราว 30% ที่จะเกิดภาวะไทรอยด์ต่ำหลังตัดต่อมออกหนึ่งข้าง โดยประมาณ 1 ใน 4 ต้องกินฮอร์โมนทดแทนระยะยาว
ก้อนไทรอยด์ต้องผ่าตัดไหม คำตอบตรง ๆ
ไม่ใช่ทุกก้อนไทรอยด์ที่ต้องผ่าตัด ก้อนส่วนใหญ่ไม่ใช่มะเร็ง และถ้าก้อนยังเล็ก ไม่มีอาการ ผลเจาะตรวจบอกว่าไม่ใช่มะเร็ง การนัดติดตามด้วยอัลตราซาวด์เป็นทางเลือกที่ยอมรับกันในทางการแพทย์ การผ่าตัดจะจำเป็นเมื่อมีข้อบ่งชี้ชัดเจนเท่านั้น
ปัญหาคือหลายคนได้ยินคำว่า ก้อนที่คอ แล้วคิดถึงห้องผ่าตัดทันที ทั้งที่ในความเป็นจริงแพทย์ต้องตอบคำถามสามข้อก่อน คือ ก้อนนี้เป็นมะเร็งหรือไม่ ก้อนนี้ทำให้เกิดอาการหรือไม่ และก้อนนี้ทำงานผลิตฮอร์โมนผิดปกติหรือไม่ คำตอบของสามข้อนี้เป็นตัวกำหนดแนวทางเกือบทั้งหมด
ถ้ายังไม่ได้เจาะตรวจหรือยังไม่รู้ผลอัลตราซาวด์ ควรอ่านลำดับการตรวจก่อนใน ตรวจพบก้อนไทรอยด์แล้วทำยังไงต่อ เพราะการตัดสินใจเรื่องผ่าตัดจะมีความหมายก็ต่อเมื่อรู้ผลการวินิจฉัยแล้ว
เมื่อไหร่ที่การผ่าตัดคือคำตอบที่ถูกต้อง
การผ่าตัดมีที่ทางของมันอย่างชัดเจน เมื่อมีหลักฐานว่าก้อนเป็นมะเร็งหรือมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเป็นมะเร็ง เมื่อก้อนใหญ่จนกดเบียดอวัยวะข้างเคียง เมื่อก้อนยื่นลงไปหลังกระดูกหน้าอก หรือเมื่อก้อนผลิตฮอร์โมนเกินจนควบคุมไม่ได้ ในสถานการณ์เหล่านี้การเลี่ยงผ่าตัดไม่ได้ช่วยผู้ป่วย
แนวทางของ American Thyroid Association วางกรอบเรื่องนี้ไว้ค่อนข้างชัด โดยให้น้ำหนักกับผลเจาะตรวจด้วยเข็มเล็ก ลักษณะที่เห็นจากอัลตราซาวด์ และอาการของผู้ป่วยประกอบกัน ไม่ได้ตัดสินจากขนาดก้อนอย่างเดียว
- ผลเจาะตรวจยืนยันว่าเป็นมะเร็งไทรอยด์ หรือผลออกมาในกลุ่มที่สงสัยมะเร็งสูง
- อัลตราซาวด์เห็นลักษณะที่น่ากังวล เช่น ขอบก้อนไม่เรียบ มีหินปูนจุดเล็ก ๆ หรือมีต่อมน้ำเหลืองที่คอผิดปกติร่วมด้วย
- ก้อนโตจนกดหลอดลมหรือหลอดอาหาร ทำให้หายใจลำบาก กลืนติด หรือรู้สึกแน่นคอเวลานอนราบ
- ก้อนหรือคอพอกที่ยื่นลงไปหลังกระดูกหน้าอก ซึ่งติดตามด้วยอัลตราซาวด์ได้ยากและมีโอกาสกดเบียดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
- ก้อนที่ผลิตฮอร์โมนเกินและควบคุมด้วยยาไม่ได้ผลดี หรือผู้ป่วยไม่เหมาะกับการรักษาด้วยไอโอดีนรังสี
- เสียงแหบที่เกิดขึ้นใหม่ร่วมกับก้อนที่โตเร็ว ซึ่งต้องประเมินอย่างเร่งด่วน
ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มนี้ บทความนี้ไม่ได้ต้องการชวนให้ลังเล การผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ที่ทำหัตถการนี้เป็นประจำคือแนวทางมาตรฐาน และการเลื่อนออกไปเรื่อย ๆ มีแต่ทำให้การรักษายากขึ้น
จุดที่ต้องย้ำคือ การจี้ก้อนไทรอยด์ด้วยคลื่นความถี่วิทยุ (RFA) ใช้กับก้อนที่ผลเจาะตรวจยืนยันแล้วว่าไม่ใช่มะเร็งเท่านั้น ไม่ใช่ทางเลือกแทนการผ่าตัดในผู้ป่วยมะเร็งไทรอยด์ และไม่ควรนำมาใช้เมื่อยังไม่ทราบผลการวินิจฉัย
เมื่อไหร่ที่ยังไม่ต้องผ่าตัด
ถ้าก้อนไม่ใหญ่ ไม่มีอาการ ผลเจาะตรวจบอกว่าไม่ใช่มะเร็ง และการทำงานของต่อมไทรอยด์ปกติ แนวทางที่แนะนำคือการติดตามด้วยอัลตราซาวด์ตามนัด ไม่ใช่การผ่าตัด นี่คือการเฝ้าดูอย่างมีแบบแผน ไม่ใช่การปล่อยทิ้ง
เหตุผลอยู่ที่ตัวเลขพื้นฐาน อัลตราซาวด์ตรวจพบก้อนไทรอยด์ได้ในผู้ใหญ่ราวครึ่งหนึ่ง แต่มีเพียงราว 5% ที่เป็นมะเร็ง ถ้าผ่าตัดทุกก้อนที่ตรวจเจอ คนจำนวนมากจะได้แผลเป็นและความเสี่ยงจากการดมยาสลบไปโดยไม่ได้ประโยชน์
ก้อนที่ไม่ใช่มะเร็งจำนวนหนึ่งโตช้ามากหรือแทบไม่โตเลย บางก้อนเป็นถุงน้ำที่ยุบลงได้เอง การรู้ว่าก้อนของตัวเองเป็นชนิดไหนช่วยลดความกังวลได้มาก อ่านเพิ่มเติมเรื่องชนิดของก้อนได้ที่ ก้อนที่คอและก้อนไทรอยด์เกิดจากอะไร
- ก้อนเล็ก ไม่คลำได้ชัด และไม่ทำให้เกิดอาการใด ๆ
- ผลเจาะตรวจอยู่ในกลุ่มไม่ใช่มะเร็ง และภาพอัลตราซาวด์ไม่มีลักษณะน่ากังวล
- ผลเลือดการทำงานของต่อมไทรอยด์อยู่ในเกณฑ์ปกติ
- ก้อนคงที่เมื่อเทียบภาพอัลตราซาวด์ครั้งก่อนกับครั้งล่าสุด
สิ่งที่ต้องแลกกับการติดตามคือวินัยในการมาตามนัด ถ้าเลือกเฝ้าดูแล้วหายไปหลายปีโดยไม่ตรวจซ้ำ ก็จะไม่รู้ว่าก้อนเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ แพทย์มักนัดอัลตราซาวด์ซ้ำเป็นระยะ และจะปรับความถี่ตามลักษณะก้อนของแต่ละคน
กลุ่มก้ำกึ่ง ก้อนไม่ใช่มะเร็งแต่รบกวนชีวิต
กลุ่มที่ตัดสินใจยากที่สุดคือคนที่ผลเจาะตรวจบอกว่าไม่ใช่มะเร็ง แต่ก้อนใหญ่พอจะเห็นได้เวลากลืน รู้สึกแน่นคอ ระคายคอเรื้อรัง หรือกระทบความมั่นใจ ในอดีตทางเลือกมีแค่ทนอยู่กับมัน หรือผ่าตัดเอาต่อมออกไปหนึ่งข้าง
ปัจจุบันมีทางเลือกที่ไม่ต้องผ่าตัดเพิ่มเข้ามา การจี้ก้อนด้วยคลื่นความถี่วิทยุใช้เข็มขนาดเล็กสอดผ่านผิวหนังภายใต้การนำทางด้วยอัลตราซาวด์ เพื่อทำให้เนื้อก้อนฝ่อลง โดยเก็บเนื้อไทรอยด์ส่วนที่ดีไว้ ข้อมูลจากงานวิจัยพบว่าก้อนที่ไม่ใช่มะเร็งมักมีปริมาตรลดลงราว 50 ถึง 80% ในช่วง 6 ถึง 12 เดือนแรก แต่ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ขนาดและชนิดของก้อน
มีการศึกษาแบบสุ่มเปรียบเทียบการจี้ก้อนกับการเฝ้าติดตามเฉย ๆ ในก้อนที่ไม่ใช่มะเร็งและไม่ผลิตฮอร์โมนเกิน ผลชี้ว่ากลุ่มที่ได้รับการจี้ก้อนมีปริมาตรก้อนลดลงมากกว่าอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่กลุ่มเฝ้าติดตามก้อนแทบไม่เปลี่ยน ข้อมูลนี้ช่วยให้ผู้ป่วยที่มีอาการแต่ยังไม่อยากผ่าตัดมีทางเลือกที่สาม
ทางเลือกนี้ไม่ได้เหมาะกับทุกคน ก้อนบางลักษณะยังตอบสนองกับการผ่าตัดได้ดีกว่า และก้อนที่ยังไม่มีผลเจาะตรวจยืนยันว่าไม่ใช่มะเร็งไม่ควรจี้ รายละเอียดการเปรียบเทียบแบบชนต่อชนอยู่ใน จี้ก้อนไทรอยด์ (RFA) เทียบกับการผ่าตัด
สิ่งที่ต้องแลกเมื่อเลือกผ่าตัด
การผ่าตัดไทรอยด์เป็นหัตถการที่ทำกันอย่างแพร่หลายและปลอดภัยในมือศัลยแพทย์ที่ชำนาญ แต่ก็มีต้นทุนที่ผู้ป่วยต้องรับไว้จริง สามอย่างที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจคือ แผลเป็นที่คอ การดมยาสลบ และผลต่อฮอร์โมนในระยะยาว
แผลผ่าตัดอยู่บริเวณคอด้านหน้า ส่วนใหญ่จางลงตามเวลาและวางไว้ตามรอยพับของผิวหนัง แต่ก็เป็นแผลถาวรที่มองเห็นได้ในบางมุมหรือบางสภาพแสง คนไข้แต่ละคนหายแตกต่างกัน บางคนมีแผลนูนมากกว่าคนอื่น
ประเด็นที่มักไม่ถูกพูดถึงมากพอคือเรื่องฮอร์โมน การทบทวนงานวิจัยอย่างเป็นระบบพบว่า หลังตัดต่อมไทรอยด์ออกหนึ่งข้าง ผู้ป่วยราว 30% เกิดภาวะไทรอยด์ต่ำ และประมาณ 1 ใน 4 ต้องกินฮอร์โมนทดแทนต่อเนื่องระยะยาว หมายความว่าการผ่าตัดครั้งเดียวอาจเปลี่ยนเป็นการรักษาที่ต้องดูแลไปตลอด
นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงเฉพาะของบริเวณคอ เช่น เสียงเปลี่ยนหรือเสียงแหบจากการระคายเคืองเส้นประสาทที่ควบคุมกล่องเสียง และระดับแคลเซียมในเลือดลดลงชั่วคราวถ้ามีการรบกวนต่อมพาราไทรอยด์ ความเสี่ยงเหล่านี้พบไม่บ่อยและส่วนใหญ่เป็นชั่วคราว แต่ต้องอยู่ในสมการการตัดสินใจ ไม่ใช่ถูกละไว้
ข้อความนี้ไม่ได้มีเจตนาให้กลัวการผ่าตัด ถ้าก้อนเป็นมะเร็งหรือกดเบียดจนหายใจไม่สะดวก ประโยชน์ของการผ่าตัดมากกว่าต้นทุนเหล่านี้อย่างชัดเจน แต่ถ้าก้อนไม่ใช่มะเร็งและอาการยังพอทนได้ ต้นทุนเหล่านี้คือเหตุผลว่าทำไมการเฝ้าติดตามหรือทางเลือกที่ไม่ต้องผ่าตัดจึงสมเหตุสมผล
สรุปแนวทางตามสถานการณ์
ตารางด้านล่างสรุปภาพรวมว่าสถานการณ์แบบไหนมักนำไปสู่แนวทางใด ใช้เป็นกรอบความเข้าใจก่อนคุยกับแพทย์เท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัยแทนการตรวจจริง เพราะรายละเอียดของแต่ละคนต่างกันมาก
| สถานการณ์ | แนวทางที่มักได้รับคำแนะนำ |
|---|---|
| ผลเจาะตรวจยืนยันมะเร็ง หรือสงสัยมะเร็งสูง | ผ่าตัด และวางแผนการรักษาต่อเนื่องกับทีมแพทย์ |
| ก้อนใหญ่จนกดหลอดลมหรือหลอดอาหาร หรือยื่นหลังกระดูกหน้าอก | ผ่าตัด |
| ก้อนผลิตฮอร์โมนเกิน ควบคุมด้วยยาไม่ได้ | ผ่าตัด หรือรักษาด้วยไอโอดีนรังสี ตามความเหมาะสม |
| ก้อนไม่ใช่มะเร็ง เล็ก ไม่มีอาการ | ติดตามด้วยอัลตราซาวด์ตามนัด |
| ก้อนไม่ใช่มะเร็ง แต่มีอาการหรือกระทบรูปลักษณ์ | พิจารณาทางเลือกที่ไม่ต้องผ่าตัด เช่น การจี้ก้อน หรือผ่าตัดหากเหมาะสมกว่า |
| ยังไม่มีผลเจาะตรวจ | ตรวจให้ครบก่อน แล้วค่อยตัดสินใจ |
ข้อสังเกตสำคัญคือ แถวสุดท้ายเป็นแถวที่คนพลาดบ่อยที่สุด การตัดสินใจเรื่องผ่าตัดหรือไม่ผ่าตัดก่อนที่จะรู้ผลเจาะตรวจ คือการเดาบนข้อมูลที่ไม่ครบ
คำถามที่ควรถามก่อนตัดสินใจ
ผู้ป่วยที่ถามคำถามชัดเจนมักได้คำตอบที่ใช้ตัดสินใจได้จริง ลองจดคำถามเหล่านี้ไปคุยกับแพทย์ในนัดถัดไป และขอให้ตอบเป็นภาษาที่เข้าใจได้ ไม่ใช่ศัพท์เทคนิคอย่างเดียว
- ผลเจาะตรวจของฉันจัดอยู่ในกลุ่มไหน และหมายความว่าอย่างไรในทางปฏิบัติ
- ถ้าไม่ผ่าตัดตอนนี้ ความเสี่ยงที่แท้จริงคืออะไร และต้องมาตรวจซ้ำถี่แค่ไหน
- อาการที่ฉันมีเกิดจากก้อนนี้จริงหรือไม่ หรืออาจมาจากสาเหตุอื่น
- ถ้าผ่าตัด จะตัดออกข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง และโอกาสที่ฉันจะต้องกินฮอร์โมนทดแทนเป็นเท่าไร
- ฉันเข้าเกณฑ์ของทางเลือกที่ไม่ต้องผ่าตัดหรือไม่ ถ้าไม่ เพราะอะไร
ที่ YOUNIFY Clinic ทีมแพทย์จะทบทวนผลอัลตราซาวด์และผลเจาะตรวจร่วมกับอาการของคุณก่อน แล้วจึงอธิบายว่าเคสนี้ควรผ่าตัด ควรติดตาม หรือเหมาะกับการจี้ก้อน สำหรับผู้ที่เข้าเกณฑ์ การจี้ก้อนไทรอยด์มีราคาเริ่มต้น 79,000 บาท คลินิกอยู่ที่ชั้น 2 ห้อง 214 อาคารยูไนเต็ด เซ็นเตอร์ 323 ถนนสีลม บางรัก กรุงเทพฯ ใกล้ BTS ศาลาแดง เปิดทุกวัน 11:00 ถึง 20:00 น. โทร 081-556-9696 หรือ LINE @younifyclinic
หากผลตรวจชี้ว่าเป็นมะเร็งหรือสงสัยมะเร็ง ทีมแพทย์จะแนะนำแนวทางการผ่าตัดและส่งต่อให้เหมาะสม เพราะนั่นคือแนวทางที่ถูกต้องสำหรับกรณีนั้น
คำถามที่พบบ่อย
ก้อนไทรอยด์ที่ไม่ใช่มะเร็ง จำเป็นต้องผ่าตัดออกไหม
ส่วนใหญ่ไม่จำเป็น ถ้าก้อนเล็ก ไม่มีอาการ และการทำงานของต่อมไทรอยด์ปกติ การนัดติดตามด้วยอัลตราซาวด์เป็นแนวทางที่มีหลักฐานรองรับ การผ่าตัดจะถูกพิจารณาเมื่อก้อนโตจนกดเบียด ทำให้กลืนหรือหายใจลำบาก หรือกระทบรูปลักษณ์จนผู้ป่วยรับไม่ได้ ซึ่งกรณีหลังนี้อาจมีทางเลือกที่ไม่ต้องผ่าตัดด้วย
ถ้าเลือกไม่ผ่าตัด ก้อนจะกลายเป็นมะเร็งภายหลังได้ไหม
ก้อนที่ผลเจาะตรวจยืนยันว่าไม่ใช่มะเร็ง มีโอกาสน้อยมากที่จะกลายเป็นมะเร็งในภายหลัง แต่การเจาะตรวจไม่ใช่การตรวจที่แม่นยำสมบูรณ์ จึงต้องมีการติดตามด้วยอัลตราซาวด์ตามนัด เพื่อดูว่าขนาดหรือลักษณะของก้อนเปลี่ยนไปหรือไม่ ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงที่น่ากังวล แพทย์อาจแนะนำให้เจาะตรวจซ้ำ
ผ่าตัดไทรอยด์แล้วต้องกินยาไปตลอดชีวิตหรือไม่
ขึ้นอยู่กับว่าตัดออกมากแค่ไหน ถ้าตัดออกทั้งสองข้างจะต้องกินฮอร์โมนทดแทนตลอดชีวิตแน่นอน ถ้าตัดออกข้างเดียว ข้อมูลจากการทบทวนงานวิจัยอย่างเป็นระบบพบว่าราว 30% เกิดภาวะไทรอยด์ต่ำ และประมาณ 1 ใน 4 ต้องกินฮอร์โมนทดแทนระยะยาว ส่วนที่เหลือยังมีการทำงานของต่อมไทรอยด์เพียงพอ
การจี้ก้อนไทรอยด์ใช้แทนการผ่าตัดได้ทุกกรณีไหม
ไม่ได้ การจี้ก้อนด้วยคลื่นความถี่วิทยุใช้กับก้อนที่ผลเจาะตรวจยืนยันแล้วว่าไม่ใช่มะเร็งเท่านั้น หากเป็นมะเร็งหรือสงสัยมะเร็ง แนวทางมาตรฐานคือการผ่าตัด นอกจากนี้ก้อนที่ใหญ่มาก ก้อนที่ยื่นลงหลังกระดูกหน้าอก หรือก้อนที่ตำแหน่งเข้าถึงยาก อาจไม่เหมาะกับการจี้ ต้องประเมินเป็นรายบุคคล
ก้อนขนาดเท่าไรถึงเรียกว่าใหญ่จนต้องผ่า
ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน แพทย์ดูที่ผลกระทบมากกว่าตัวเลข ก้อนที่กดหลอดลมจนหายใจไม่สะดวก กดหลอดอาหารจนกลืนติด หรือยื่นลงไปหลังกระดูกหน้าอก ถือว่ามีข้อบ่งชี้ ไม่ว่าจะวัดได้เท่าไรก็ตาม ในทางกลับกัน ก้อนที่ดูใหญ่ในภาพแต่ไม่รบกวนอะไรเลย อาจยังติดตามต่อได้
เสียงแหบร่วมกับก้อนที่คอ อันตรายไหม
เสียงแหบที่เกิดขึ้นใหม่และไม่หายไปเอง โดยเฉพาะเมื่อพบร่วมกับก้อนที่โตเร็ว เป็นสัญญาณที่ควรพบแพทย์โดยไม่รอ เพราะอาจสะท้อนว่ามีการรบกวนเส้นประสาทที่ควบคุมกล่องเสียง ไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งเสมอไป แต่เป็นกลุ่มอาการที่ต้องประเมินอย่างจริงจังและรวดเร็ว
แหล่งอ้างอิง
- 2015 American Thyroid Association Management Guidelines for Adult Patients with Thyroid Nodules and Differentiated Thyroid Cancer (Thyroid. 2016;26(1):1–133. PMID: 26462967)
- 2017 Thyroid Radiofrequency Ablation Guideline: Korean Society of Thyroid Radiology (Korean J Radiol. 2018;19(4):632–655. PMID: 29962870)
- Efficacy and Safety of Radiofrequency Ablation Versus Observation for Nonfunctioning Benign Thyroid Nodules: A Randomized Controlled International Collaborative Trial (Thyroid. 2015;25(8):890–896. PMID: 26061686)
- Prevalence of and risk factors for hypothyroidism after hemithyroidectomy: a systematic review and meta-analysis (Endocrine. 2020;70(1):7–15. PMID: 32638212)
หมายเหตุทางการแพทย์
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่แทนการตรวจ วินิจฉัย หรือรักษาโดยแพทย์ หากมีอาการรุนแรง อาการเปลี่ยนเร็ว หรือมีภาวะฉุกเฉิน ควรพบแพทย์ทันที
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ
อยากรู้ว่าแผนดูแลแบบไหนเหมาะกับคุณ?
ส่งรายละเอียดอาการ ประวัติสุขภาพ ยาหรือหัตถการที่เคยทำ และเป้าหมายที่ต้องการ ทีมงานจะช่วยนัดหมายเพื่อประเมินกับแพทย์
ปรึกษาอาการกับ YOUNIFY Clinic